She

2008/Sep/22

หนังสือ ถวิลหา - Nostalgia ที่ฉันเคยพูดถึง

พูดง่ายๆ มีการดีไซน์รูปเล่มเป็นหนังสือสองเล่มติดกันแบบสลับหัวท้าย

เล่มละสิบเอ็ดเรื่องสั้นสิบเอ็ดนักเขียน รวมทั้งหมดแล้วก็เป็นยี่สิบสอง

 

ฉันเพิ่งจะอ่านเล่มแรกจบไปเมื่อเช้า... ทั้งที่ตั้งใจว่าจะอ่านทั้งคืน

แต่คงเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน เลยไม่มีอะไรเอาชนะความง่วงได้

แล้วฉันก็หลับไปในเวลาอันน่าชื่นชมเป็นปรากฏการณ์อย่างที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก คือ ก่อนเที่ยงคืน

 

 

หลังจากอ่านจบสิบเอ็ดเรื่องแรก ฉันสังเกตเห็นว่า

มีนักเขียนที่เลือกเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับหมาไปแล้วถึงสามคน

 

เปิดตัวด้วยงานของ ธราธิป ชอบธรรม กับ "เรื่องเหลือเกิน" 

เป็นเรื่องราวน่ารักๆ ของหมาไร้ขาหน้าชื่อบุญเกินที่อยู่ๆ ผันตัวจากลูกหมามาเป็นลูกคน

และเรื่องของลูกคนที่อยู่ๆ ถูกแม่ตัวเองรักน้อยว่าลูกหมา

 

ต่อมาก็เป็น "เพื่อนแปลกหน้า และผู้หญิงเห่าได้" ของ คุณทองปราย พันแสง

เรื่องนี้ถึงจะไม่ได้เกี่ยวกับหมา แต่อย่างน้อย ก็เกี่ยวกับการที่ตัวเอกของเรื่องสองคนไปดูหนังด้วยกัน

แล้วหนังเรื่องนั้นก็มีเนื้อหาเกี่ยวกับคุณยายที่เกลียดหมาอีกที 

 

อีกเรื่องคือ "ฉันคือหมา" โดย ปรารถนา รัตนะ

หลากหลายสารพันเรื่องราวของหมาหลายสายพันธุ์ หลายชื่อ หลายภาษา

อ่านแล้วเพลินดี เหมือนมีหมาวิ่งอยู่รอบๆ 

 

แต่ก็คงเพราะฉันชอบอ่านงานแนวๆ อยู่เป็นทุนเดิม

เรื่องที่ชอบเลยเห็นทีจะต้องยกให้เป็นงานของ 'ปราย พันแสง โดยไม่ต้องสงสัย

 

 

เวลาฉันได้อ่านงานของเธอ ฉันรู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่ารัก...

แต่ยิ่งถ้าเธอเขียนหรือแปลงานที่ออกจะปนความสวีทเข้ามาด้วยหน่อยๆ

ฉันมักกลับคิดว่า ผู้ชายที่อยู่ในเรื่องนั้นน่าจะน่ารักมากกว่าเธอ

 

เธอทำใ้ห้ฉันนึกอิจฉาผู้หญิงในเรื่องที่ได้เป็นเหมือนดอกไม้ผุๆ ในบ้านที่ผลิบานแล้ว

ฉันหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ ไม่ใช่ดอกไม้ที่ผลิบาน แต่ในบ้านหลังนั้นต่างหาก ที่ผลิบานอย่างอบอุ่น

การได้เจอกับใครสักคนที่เห็นรอยผุในดอกไม้ แต่ก็ยังคงมองว่านั่นคือดอกไม้... 

อืม... ในสังคมฉาบฉวยทุกวันนี้ ฉันว่ามันเป็นเรื่องยากใช่เล่นอยู่นะ

 

เหมือนกับตอนที่เกล็นพบมาร์เกตาในหนังเรื่อง Once เป็นการพบกันแบบเดินผ่าน

ท่ามกลางผู้คนมากมายบนถนน...

ฉันชอบกีต้าร์เก่าๆ ของเกล็น

ชอบเครื่องดูดฝุ่นที่ลากไปตามถนนของมาเกร์ตา

 

ตอนนั้นฉันยังรู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่ารัก งดงาม ชอบประกายตาของเธอที่ตื่นเต้นยามที่มองเขา

(มันสวยกว่าดอกกุหลาบในถังที่เธอหอบหิ้วในอยู่ในตอนกลางๆ เรื่องซะอีก)

 

แต่พอถึงฉากที่เธอพาเกล็นไปที่บ้าน... ได้รู้ว่าเธอมีลูกและสามีแล้ว

... ฉันเห็นสายตาของเกล็นทีคิดว่าคงไม่ได้แตกต่างจากฉันเหมือนกัน ฉันว่าหนังทำออกมาได้ดีตรงนี้ ขอบคุณที่ไม่ได้บอกเรื่องของมาร์เกต้าแต่แรก มันทำให้ฉันเข้าใจเกล็นมากขึ้นทีเดียว

 

มาร์เกต้าอายุน้อยกว่าเขา แต่แต่งงานและมีลูก แถมยังแยกทางกับสามีเรียบร้อย

ในขณะที่เขาดูอายุมากกว่าเธอ แต่กลับรู้จักแค่การอกหัก


แต่สิ่งทีเ่กล็นทำหลังจากนั้น คือความคงเดิม... สิ่งที่เขาได้เห็น เหมือนกับแค่เป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้จักเธอมากขึ้น

แน่นอน ถึงตอนนี้ มาร์เกต้าไม่ใช่ดอกไม้แรกผลิที่งดงามสดใสร้อยเปอร์เซ็นต์อีกต่อไปแล้ว...

เธอก็เป็นแค่ดอกไม้ผุๆ ที่ได้เจอบ้านอย่างเกล็น...

 

แม้ว่าตอนสุดท้าย ดอกไม้จะต้องจากบ้าน และเดินตามเส้นทางของตัวเอง

แต่มันเป็นฉากที่ฉันประทับใจ... จนไม่อาจเรียกว่าฉากจบ...

เพราะเหมือนเรื่องราวยังไม่จบ...

 

เหมือนกับการพบ และจากกันในครั้งนี้ของพวกเขาต่างหาก ที่ทำให้ชีวิตของแต่ละคนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

บางครั้ง เราอาจได้เจอคนที่คิดว่าใช่... แม้ว่าสักวันหนึ่งเราต้องจากกัน

แต่เท่านั้นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ

 

ดีกว่าที่เดินทางเคว้งคว้างมาทั้งชีวิตโดยที่ไ่ม่เคยได้เจอกับใครที่เข้าใจตรงกันบ้างเลย

 

ไม่ว่าจะเป็นกับคนที่อยู่ด้วยกันตอนนี้

หรือคนที่เดินสวนทางกันไป...

 

 

ฉันยังอดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าเรื่องราวดอกไม้ผุๆ ที่ได้เจอบ้านที่ผลิบานแล้วในเรื่องของ 'ปรายเรื่องนี้ จะได้อยู่ในบ้าน และจิบกาแฟอุ่นๆ ในวันฝนกระหน่ำแบบนั้นนานอีกสักเท่าไร...

 

แล้วเพื่อนแปลกหน้าของเธอ จะได้ใช้บัตรลดราคาตั๋วหนังของตัวเองอีกไหมนะ...

 

...

..

 



ฝั่งฟ้า
View full profile