Japanese

2008/Jul/23

ตอนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นใหม่ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นประจำทั้งกับตัวเอง และเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันก็คือ สับสนระหว่างคำศัพท์ที่ออกเสียงคล้ายๆ กัน ... จะว่าไป อย่าว่าแต่ตอนเรียนใหม่ๆ เลย ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่เหมือนกัน

แล้วบางครั้ง ที่เล่นเอาฮากันไปเลย ก็คือ พอแปลออกมาเป็นภาษาไทยแล้ว ความหมายมันคนละเรื่องกันเลยนี่สิ...

วันหนึ่ง นักเรียนดี いい学生 อย่างเรา เลยตั้งใจเรียนด้วยการคุยกับเพื่อน พร้อมนั่งลิสต์พวกคำที่เคยใช้ผิดๆ ออกมาประจานความยาวของเขาตัวเองเล่นๆ (แถมระหว่างที่นั่งลิสต์กันอยู่นั่น เพื่อนแย่ๆ ที่ตั้งใจเรียนกันในห้อง ช่วยตอบผิดให้ได้ฮากันอีกแน่ะ... ที่แท้ก็อยากช่วยคิดมุขชิมิล่ะ >。< )

ขอเอามาลงให้เป็นที่พึงสังวรณ์แก่สาธุชนคนรุ่นหน้าและรุ่นหลัง จนไปถึงรุ่นล่าสุดทั้งหลายไว้ดังนี้

先輩(SE-N-PA-I)・扇風機(SE-N-PU-U-KI)

เหตุเกิด ณ ห้องเรียนภาษาญี่ปุ่น เมื่อห้าปีที่แล้ว (เพิ่งจะแตะภาษาญี่ปุ่นอาทิตย์แรก ๆ)

เพื่อนถาม "ฮึ่ย แกๆ รุ่นพี่ภาษาญี่ปุ่นมันว่าไงนะ"

ข้าพเจ้าตอบ "เซมปูขิ"

เพื่อนอีกคนตบกบาลข้าพเจ้าอย่างแรง "จะบ้้าเรอะ! เซมไป โว้ย เซมปูชิ นั่นมัน พัดลม"

 

(- -") คับ เพื่อน... ผิดไปแล้วคับ... (_ _"!)

--- รุ่นพี่... พัดลม... ---

ไม่ได้ใกล้กันเล้ย... - -"

 

踏む(FU-MU)・噛む(KA-MU)

เหตุการณ์คราวนี้ เกิดในข้อสอบมิดเทอม ของเพื่อนนักเรียนชั้น ม.6/17 คนหนึ่ง

犬は私に足を踏まれて病院にいきました。

โดนหมาเหยียบเท้า เลยไปโรงพยาบาล >>>> หมาบ้าอะไรกันเนี่ย เหยียบตีนทีต้องเข้าโรงบาล

(พอออกมาจากห้องสอบ มันก็โวยวายบอกว่า ตั้งใจจะเขียนว่า โดนหมากัดเลยต้องไปโรงพยาบาลน่ะค่ะ แต่จริงๆ ประโยคนี้มันแปลว่า "หมาถูกฉันหยียบเท้า เลยไปโรงบาล(เอง)" ด้วยซ้ำไปนะเนี่ย ขอบคุณคุณundenty ที่ช่วยเตือนค่า...)

จริงๆ มันต้องเป็น  私は足をまれて病院にいきました。

噛む ที่แปลว่า กัด ไม่ใช่เรอะ???

 

 

 玩具(O-MO-CHA)・カボチャ(KA-BO-CHA)

เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่ข้าพเจ้าไปใช้ชีิวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นเอง...

"お母さん、要君のカボチャ片付ける?"  = แม่คะ จะเก็บฟักทองของคานาเมะคุงเลยไหม?

ปรากฏว่าแม่ก็ทำหน้างง... ก่อนจะถาม

"おもちゃ?" = หมายถึง ของเล่น ใช่ไหม?

 

ก็มันลงด้วย สระคล้าย ๆ กันอ่ะ... ตั้งแต่วันนั้นก็จำจนตายเลย (_ _")

 

 

瞑る(TU-BU-RU)・作る(TU-KU-RU)

เรื่องนี้เกิดขึ้นในห้องสอบ 聴解 เราเรียนเรื่องการทอดเสียงในภาษาญี่ปุ่น ที่ทอดเสียงสระตัวหลังให้ยาวเพื่อละคำช่วยอยู่ อันนั้นไม่เกี่ยวหรอก เพราะเพื่อนมันก็ตอบถูกในจุดที่เขาให้ระวัง... แต่อันตัวหลังนี่สิ...

目ー瞑って = หลับตาซิ >>> ที่ถูกคืออันนี้ เซนเซพูดว่าอย่างนี้

แต่เพื่อนมันดันเขียนตอบแบบนี้

目ー作って = ทำลูกตาซิ >>> O__o"

เซนเซถึงกับบอกว่า 「こわいですね。」 (OwO)

 

 

お風呂(O-FU-RO)・袋(FU-KU-RO)

นี่คือมุขสดๆ ร้อนๆ ที่เพื่อนในคลาสช่วยกันคิด... ปีสองแล้ว ไม่ได้โง่หรอก เพียงแต่ คุมสตินิดนึงจิ ก่อนจะพูดไรอ่ะ  -__-"

 お風呂に入る = ลงแช่อ่าง (หมายถึง อาบน้ำ)

กับ

袋に入る = เข้าไปในถุง

มันใช่เรื่องจะเอามาสลับกันไหมเนี่ย ???

 

**朝ごはんを食べて袋に入ります。 >>> กินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็เข้าไปในถุง (O__o???)**

 

 

อันนี้เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในภาษาญี่ปุ่นกันเอง แต่ว่า บางครั้ง คนที่เรียนภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาต่างประเทศมานานๆ เข้า จะรู้ว่า เราจะใช้สำนวน หรือเซ้นส์ แบบคนไทยมาแปลตรงตัวกับภาษานั้นๆ ไม่่ค่อยจะได้นัก

อย่างเช่นล่าสุด... ในชั่วโมงภาษาญี่ปุ่น ที่เรียนกับอาจารย์เจ้าของภาษานี่แหละ บทนี้ว่าด้วยเรื่องทำนองว่าเกี่ยวกับสุขภาพ เซนเซก็ถามว่า 鼻水(น้ำมูก) จะใช้กริยาคำว่าอะไรคะ...

ไอ้เราตอนตอบในแบบฝึกหัด ก็ตอบถูกนะ ก็เขียน 出る  ไป แต่พอลองมานั่งนึก ถ้าเป็นภาษาไทย เราก็ต้องพูดว่า "น้ำมูกไหลสิ" เลยแกล้งพูดตอบเซนเซไปว่า「流れる」ผลปรากฏว่า อาจารย์ขำก๊ากอยู่หน้าห้อง แล้วแกก็ทำท่าเหมือนมีอะไรออกมาจากจมูกอย่างยืดยาว บอกว่า 「すごいたくさんですね。」(แสดงว่า มันต้องไหลออกมาอย่างมากมายแน่ๆ  เลยใช่ไหมคะ

สรุป ก็คือ  流れる แปลว่า ไหล ก็จริง แต่จะให้ความรู้สึกถึงอะไรที่ไหลออกมาเป็นสาย อย่างเช่น แม่น้ำ น้ำตา คือถ้าบอกว่า 涙が流れる เมื่อไร ก็แสดงว่าต้องน้ำตาพรากแบบไม่ไหวแล้วเป็นแน่แท้ จะต่างกับ 涙が出る ที่เหมือนจะแค่มีน้ำตามาคลอๆ ซึมๆ ออกมาแค่นั้น 鼻水 เองก็ออกแนวคล้ายๆ กัน (แต่น้ำมูก กับน้ำตานี่มันคนละเรื่องเลยนะเนี่ย)

 

เอาเป็นว่า ไม่มีอะไรดีเท่าการฝึกบ่อยๆ ใช้บ่อยๆ หรอกเนอะ... แล้วก็อีกอย่าง ถ้าเกิดว่ามีอาจารย์เจ้าของภาษาล่ะก็ ลองตั้งคำถามกับเขาเยอะๆ เพราะอาจารย์พวกนี้ จะไม่เหมือนกับอาจารย์คนไทย คือ

อาจารย์ชาวไทย มักจะสอนเราว่า - เราควรจะพูดอย่างไร ต้องทำอะไร และห้ามทำอะไร เป็นเหมือนทฤษฎีที่ตายตัว แล้วเราต้องท่อง ถ้าเราพูดผิดจากทฤษฎีก็คือผิด

แต่อาจารย์ที่เป็นเจ้าของภาษา มักจะสอนเราว่า - ถ้าเราพูดประโยคนี้ หรือคำนี้ เขาจะรู้สึกอย่างไร ระหว่างประโยคนี้ และคำนี้ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างไร จะเป็นการเพิ่มกระบวนการคิดของเราเข้าไปด้วยว่า แล้วเราล่ะ ต้องการให้เขาคิดอย่างไร... ไม่มีถูกไม่มีผิด มีแต่ว่า จะเข้าใจตรงกันหรือไ่ม่เท่านั้น


ภาษาคือการสื่อสาร... ถ้าสื่อแล้วเข้าใจตรงกันก็เป็นอันใช้ได้

ถ้าเข้าใจตรงกัน ด้วยถ้อยคำที่สละสลวย น่าฟัง ก็จะได้เข้าขั้นเทพ...

 

 

ว่าแต่... เมื่อไร เราจะเข้าขั้นเทพกับเขามั่งนะ... =____=+

 

 

""""""""""""""""""""""""""""""

ข่าวว่านอกจาก Psycho.ที่จบไปแล้ว ยังเหลือเลคเชอร์อีกวิชาที่ยังไม่ได้อ่านแฮะ... ก่อนเป็นเทพ ขอเอาร่างมนุษย์ให้รอดผ่านมิดเทอมนี้ไปก่อนก็แล้วกันคับพี่น้อง...

T/i\T



ฝั่งฟ้า
View full profile