2011/Sep/10

 
"ถึงมันจะดูสะเปะสะปะยังไง มันก็ต้องมีแผนเสมอ" - ฮันนิบาล สมิธ (THE A-TEAM)
 
 
ฉันชอบหนังเรื่องนี้มากเลย
 
ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใ่ช่หนังทำเงินทำกล่องอะไรเลยก็เถอะ
 
จัดว่าเป็นหนังกลางๆ ไม่ได้รับคำชม แต่ก็คงไม่ถึงขั้นมีแต่เสียงระงมด่า ก็แล้วกัน
 
 
ถ้าใครเคยดู(แม้แค่ตัวอย่าง) จะรู้ว่า THE A-TEAM เป็นหนังแอคชั่นเต็มร้อย
 
อาจมีดราม่านิดหน่อยตามประสาความกลมกล่อมของหนังยุคนี้ (ที่ไม่มีใครอยากเห็นฮีโร่แกร่งเวอร์)
 
แต่ก็ยังดราม่าได้ไม่เท่าหนังของ marvel ในพักหลังๆ (ตั้งแต่ dark knight และ iron man เป็นต้นมา)
 
 
แต่สำหรับฉัน... ฉันนั่งดูมันเหมือนหนังฟีลกู๊ดเชียวล่ะั
 
 
อย่าหาว่าฉันเป็นคนโหดบ้าล้างผลาญเลย
 
ที่มาดูหนังยิงปืน เหินฟ้า ปาระเบิด แล้วยังบอกว่าฟีลกู๊ด
 
เพราะในความเป็นจริงแล้ว ฉันชอบดูหนังที่เป็นเรื่องราวของคนทีึ่สนุกกับงาน
 
 
ไม่ว่าจะเ็ป็นงานอะไรก็ช่าง
 
จะเป็นนิตยสารไฮโซอย่าง The Devil Wears Prada
 
หรือสาวบาร์ท้าฝันอย่าง Coyoty Ugly
 
หรือรายการข่าวเช้าอันว้าวุ่นเวิ่นเว้ออย่าง Morning Glory
 
ฉันก็ว่าดูเพลินๆ แล้วก็สนุก
 
 
หรือแม้แต่งานทหารเืถื่อนๆ อย่าง A-TEAM ก็เถอะ
 
ฉันก็ยังมีความรู้สึกว่า แค่เนื้องานมันต่างกัน
 
อาจจะไ่ม่ได้ดูสุจริตธรรมดาเหมือนหนังเรื่องอื่นๆ 
 
แต่ฉันว่า นั่นก็คืองานของพวกเขาเหมือนกัน
 
และพอดูแล้วก็รู้สึกว่า พระเจ้า อะไรเขาจะสนุกกับมันได้ขนาดนี้
 
 
 
 
คนเราเมื่อชัดเจนในเป้าหมาย บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องสนใจวิธีการ
 
คนเราเมื่อชัดเจนในจุดหมาย อุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ก็ืกลายเป็นเพียงก้อนกรวดสวยๆ ตามรายทาง
 
 
ค่อยๆ วางเป้าหมายเล็กๆ ไปทีละขั้นๆ 
 
และค่อยๆ บรรลุจุดมุ่งหมายไปทีละน้อยๆ 
 
ทำให้สำเร็จไปเืรื่อยๆ
 
กว่าจะบรรลุเป้าหมายสุดท้าย --- งานใหญ่ก็เสร็จไปอีกหนึ่งงาน
 
 
ฉันเชื่อว่านี่คือแนวการทำงานของหัวหน้าทีมอย่าง ฮันนิบาล สมิธ
 
 
 
 
แต่ในบางครั้ง ชีวิตของเราก็สะเปะสะปะเกินกว่าที่จะวางแผน
 
บางครั้ง เราก็ไม่รู้ว่าเราทำอะไรลงไป ด้วยเหตุผลอะไร และต้องการอะไร
 
เราไม่รู้... ความต้องการ "ลึกๆ" ของตัวเอง
 
 
 
แต่มันสำคัญอย่างนั้นหรือ ?
เราจำเป็นต้องมีเหตุผลในทุกๆ เรื่องอย่างนั้นหรือ?
 
 
คนเราถ้าได้ทำในสิ่งที่รัก บางครั้งก็เหมือนคนที่เดินทางไปโดยไม่สนใจจุดหมาย

เราเดินไปเรื่อยๆ บนเส้นทางที่เราสนุกเหลือใจ

ไม่เห็นจะต้องไปสนเลย ว่าเราจะเดินกันไปถึงไหน

มีสิ่งต่างๆ แปลกใหม่ และน่าสนใจในสายตาเรามากมายอยู่ริมทาง

จะหยุดแวะพักตรงโน้นตรงนี้นานแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเสียดายเวลา

แค่นั้นก็คุ้มค่าแล้ว
 
 
ทุกอย่าง... มันก็คือก้าวเดินแต่ละก้าว ที่จะพาเราไปสู่จุดหมายของมันสักวันหนึ่งนั่นแหละ
 
 
 
 
ไม่นานมากนี้ ฉันเคยมานั่งสำรวจตัวเอง และก็คิดว่าตัวฉันเองนั้นมันช่าง "สะเปะสะปะ" เสียเหลือเกิน

 
นักร้องคนโปรดของฉันคือ Juwita Suwito (นักร้องมาเลเซีย พูดชื่อไปไม่เคยมีใครรู้จัก)
 
แต่ฉันก็ยังฟังคลื่น 95.5 และ 89.0 ที่เปิดแต่เพลงไทยฮิตๆ ประจำ
 
ฉันรักเพลงแจ๊สสไตล์ Norah Jones แต่ฉันก็ยังชอบคอนเสิร์ตเต้นๆ ของวง Exile ของญี่ปุ่น
 
และนั่งดูคอนเสิร์ตร็อคสตาร์อย่าง Body Slam ไปด้วยความมันส์ปนทึ่ง
 
ถึงมันจะดูสะเปะสะปะในเนื้อหา... แต่อย่างน้อย มันก็ยังอยู่ในหมวด Music 
 
 
หนังในดวงใจของฉันคือ Shawsanks, Benjamin Buttons, Inception,
Letter to Juliet, Come Rain Come Shine, I am legend
Toy Story 3, Megamind...
 
ถึงมันจะดูสะเปะสะปะมั่วไปหมดทุกแนว... แต่อย่างน้อย มันก็ยังอยู่ในหมวดของ Movie
 
 
เด็กๆ ฉันอ่านแพรว ขวัญเรือน พลอยแกมเพชร โตขึ้นมาอ่าน อะเดย์ ด้วย
บางครั้งอ่านนิยายกิ่งฉัตร ดวงตะวัน ทมยันตี
บางครั้งอ่าน นิ้วกลม ปราบดา บินหลา และปราย พันแสง
บางครั้งอ่าน วาวแพร และวรรณกรรมเยาวชนแปล
บางครั้งก็อ่านหนังสือการ์ตูน
 
ถึงมันจะดูสะเปะสะปะไม่รู้ประเภทไหนเป็นประเภทไหน... แต่อย่างน้อยมันก็ยังอยู่ในหมวดของ Book
 
 
แต่ฉันไม่ค่อยชอบดูละคร และไม่ค่อยชอบประวัติศาสตร์
 
(ถ้าเป็นหนังประวัติศาตร์ หรือนิยายอิงประวัติศาสตร์ จะไม่ค่อยอยู่ในสายของฉันนัก
เป็นละครประวัติศาสตร์ เลยยิ่งไม่ต้องพูดถึง)
 
 
 
แต่พอมาคิดดูดีๆ แล้ว คำพูดของฮันนิบาล ก็ทำให้ฉันคิดได้
 
ฉันว่า ถึงมันจะดูสะเปะสะปะยังไง มันก็คงมีแนวทางของมันจริงๆ ล่ะนะ
 
 
ถ้าอัลฟ่าทีม (A-TEAM) ไม่แฮปปี้กับความสะเปะสะปะของพวกเขาจริงๆ
 
ตอนจบที่ดูสวยงามแบบล้มเหลว มันก็คงไม่ชวนให้เรายิ้มได้ขนาดนั้น
 
 
เพราะพวกเขารู้ดี... ถึงแม้ว่าคราวนี้จะพลาด และต้องสะเปะสะปะต่อไป
 
แต่ความสะเปะสะปะคราวนี้ มันก็คงจะอยู่ในแผนอะไรสักอย่างนั่นแหละ
 
 
เหมือนชีวิตของฉัน... ที่ยังดูสะเปะสะปะอยู่ในตอนนี้
 
แต่ก็ยังรู้สึกตะหงิดๆ อยู่ลึกๆ ว่า
 
เหมือนมีคนวางแผนคอยบงการฉันอยู่เงียบๆ เสมอ
 
 
 
และฉันเชื่อว่า  ความสะเปะสะปะ นั้น --- ก็คงจะพาไปสู่ "จุดหมาย" ตาม "แผน" เข้าสักวัน
 
 
แํละที่ฉันชอบที่สุด ก็คือตอนที่แผนสำเร็จนี่แหละ!
 
 

 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet


big smile Shion - โดยส่วนตัวเชื่อว่า หนังดี คือหนังที่ดูแล้ว "ลึก" กว่าที่มันเป็น

big smile AriYasha - บางคนก็ว่า ถ้าหยุดเท่ากับถอย แต่เราก็เชื่อของเราว่า ถ้าเราไม่หยุด ถึงจะช้า เราก็ยังไปข้างหน้าเสมอ

big smile keaaaa(3) - dead poet society จะจดชื่อเรื่องนี้ไว้ค่ะ แล้วจะหามาดูให้ได้ confused smile
#4 by Fung-Fa At 2011-09-18 23:53,
the a-team สนุกดีครับ น่าเสียดายที่หนังเจ๊ง !

ชอบ shawshank เหมือนกันเลยครับ ผมดูไปแค่สามรอบ แต่ทุกรอบก็สร้างพลังใจอย่างใหญ่หลวงทุกครั้ง

ลอง dead poet society สิครับ เชื่อว่าน่าจะได้กำลังใจ และพลังมาก ๆ เช่นกันbig smile
#3 by kae At 2011-09-15 12:29,
เราว่าเราเป็นพวกชอบหนังเพลงล่ะ นั่งฟังเพลินดี แต่พวกแอคชั่นก็ดูบ้างเพราะได้อิทธิพลจากพ่อ

เราก็ยังสะเปะสะปะอยู่เหมือนกัน ด้วยความเร็วราวหอยทาก แต่มันก็คงไปถึงจุดหมายเข้าสักวันล่ะเนอะถ้าเราไม่หยุดซะก่อนdouble wink
#2 by AriYasha At 2011-09-11 21:55,
หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนัง feel good สำหรับฟ้าไปแล้วsad smile

ความจริงหนังเรื่องนี้เราก็ชอบมากๆเลยล่ะ บู๊ได้ตลอดเกือบทุกเรื่อง
#1 by Shion At 2011-09-11 10:08,

ฝั่งฟ้า
View full profile