2011/Aug/31


เคยอ่านเรื่อง 'กุหลาบตอแหล' ของ 'ปราย พันแสง มาไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งแล้ว
 
 
อ่านแล้วก็ชวนให้คิดว่า
 
บางครั้ง ความตอแหลที่มีชื่อแท้จริงว่า "มารยาท" นั้น ก็อาจจะเหมือนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
 
ไม่ค่อยจำเป็นต่อร่างกายจนขาดไม่ได้เหมือนก๊าซออกซิเจน
 
แต่ก็เข้ามาในปอดของเราทุกลมหายใจ เสร็จแล้วร่างกายก็ค่อยคัดกรองพ่นออกทีหลัง
 
 
 
เหมือนการรับสายคนที่ไม่อยากรับ
 
ไม่อยากฟังเรื่องน่าเบื่อที่ใครก็ไม่รู้มาพูดด้วย
 
หรือต้องไปนั่งประยิ้มปั้นจิ้มปั้นเจ๋อในงานและสถานที่ที่เราก็ไม่ได้อยากจะไปอยู่
 
แล้วก็นั่งบ่นทีหลังว่า "เบื่อจริงๆ " - "รำคาญจัง"
 
 

การต้องอยู่กับความตอแหล หรือสถานการณ์ที่ต้องตอแหลมากเกินไป
 
ก็คงเหมือนกับการอยู่ท่ามกลางก๊าซพิษ ต้องปิดจมูกปิดปาก หาทางวิ่งหนีกันให้วุ่น
 
หรือถ้าหนีไม่พ้นทน"พิษบาดแหล"ไม่ไหว ก็อาจจะขาดใจกันไปเลยก็เป็นได้ ใครจะไปรู้
 
 
 

แต่ถึงอย่างนั้น โลกนี้ก็ยังสร้างสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์บางสิ่ง ที่ราวกับเป็นฮีโร่ผู้เสียสละ
 
มาช่วยดูดซับเอาเจ้าก๊าซที่เราไม่ต้องการ (แล้วดันไปโบ้ยว่ามันเป็น"ก๊าซพิษ"
 
ทั้งที่มันอาจจะมีประโยชน์กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นก็ได้ เพียงแต่ไม่ใช่มนุษย์) นั้น ---
 
 
'ต้นไม้' ยังไงล่ะ
 
ถ้าคนเมืองที่ชีวิตเร่งรีบกับเวลา และวุ่นวายอยู่กับความตอแหลอย่างสม่ำเสมออย่างเราท่าน
 
ได้ลองมาอยู่ใกล้ๆ ต้นไม้ใหญ่น้อยดูสักต้นล่ะก็
 
มันช่างโล่งจมูก โล่งปอด โล่งใจ อย่างบอกไม่ถูกเชียวล่ะ จริงไหม?
 
 
บางทีต้นไม้อาจจะไม่ได้แค่ดูดซับเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
 
แต่อาจจะดูดซับเอาความตอแหลรอบๆ ตัวเราไปด้วยก็ได้นะ
 
 

ในชีวิตที่ต้องพบกับผู้คนหลากหลาย ร้อยพ่อพันแม่ หมื่นบ้านล้านสังคม
 
การได้มีเพียงใครสักคนให้เราได้ไปยืนใกล้ๆ อาศัยร่มเงา และช่วยดูดซับก๊าซตอแหล
 
เหมือนต้นไม้ที่อยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่คอยดูซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ผู้คน  ก็คงจะดีมิใช่น้อย
 
 

ใครสักคน... ที่เราไม่จำเป็นต้องคิดก่อนทำอย่างมากมายว่าจะพอใจเขาหรือไม่ 
 
ใครบางคน... ที่ใจกว้างพอจะเห็นเราอ้าปากกว้างๆ หัวเราะได้โดยไม่ขมวดคิ้วเอ็ดว่ามันน่าเกลียด
 
ใครสักคน... ที่เมื่อเราได้อยู่ใต้ร่มใบบังของเขาแล้ว จะได้มีสายลมพัดโชย
สบายพอจะนอนเหยียดแข้งกางขา 
 
ทำบางสิ่งและปฏิเสธบางอย่าง อย่างที่ใจเราต้องการได้... โดยที่เราไม่ต้องแกล้งเป็น 'คนอื่น' 
 
 
 
ในร้อยคนที่เราจะต้อง 'ตอแหล'' ใส่ในทุกวัน
 
ขอแค่สักหนึ่งคน ที่จะเข้าใจว่าเรา 'เป็นใคร' ก็พอแล้ว
 

ในบรรดากุหลาบสีสดจัดจ้านที่อาจจะดูตอแหลอีกสักร้อยพัน
ได้มีต้นไม้ใบเขียวสักต้น คอยดูดซับความวุ่นวาย และคายความสบายใจออกมา
ให้เราสูดเข้าไปจนเต็มจิตวิญญาณได้ก็พอแล้ว
 
 
 
 
ก่อนที่ความตอแหลจะลงปอดไป... ขอให้ฉันได้ยืนใต้ต้นไม้ต้นนี้อีกสักพักเถอะนะ
 
 
@Fungfa

Comment

Comment:

Tweet


big smile Shion - บางทีอ่านงานของนักเขียนที่ตัวหนังสือเขาสีัจัดๆ เราก็เกิดอารมณ์ "จัดๆ" ขึ้นมาบ้างเหมือนกันน่ะ

big smile {T4tsUk1} - สมกับเป็นเธอ...

big smile AriYasha - จริงนะ ไม่มีใครอยู่ใต้ต้นไม้ได้ตลอดหรอก อย่างน้อย ตอนกลางคืนแหละ ที่ไม่น่าอยู่

big smile เจ้าหญิงน้ำแข็ง - ฮึดดดดด ชื่นนนนใจ confused smile

big smile ไอติมตากแห้ง - นั่นสินะคะ บางทีแค่ก้าวเท้าออกจากอาณาจักรที่ปกคลุมด้วยร่มเงาไป ความตอแหลก็เล่นงานเราซะแล้ว confused smile
#9 by Fung-Fa At 2011-09-01 23:43,
เม้นขาด ๆ > o< โทษที

เฝ้ามอง

อากาศเสียที่ถูกดูดซับ

แล้วอิงแอบใต้ร่มเงาของความบริสุทธิ์


ถ้าความตอแหลมาเล่นงานเรา

ก็เอาความสบายของอากาศ

เล่นงานซะน้ออออ

#8 by ไอติมตากแห้ง At 2011-09-01 09:57,
: )

เฝ้ามอง

อากาศเสียที่ถูกดูดซั%
#7 by ไอติมตากแห้ง At 2011-09-01 09:54,
สูดหายใจลึกๆๆๆๆๆๆๆ...

big smile
นั่นสินะ... ต้นไม้ช่วยดูดคาร์บอนไดออกไซด์... ทำให้เวลากลางวันมีออกซิเจนให้มนุษย์เราได้หายใจ

แต่ต้นไม้ก็ใช้ออกซิเจนตอนกลางคืนนะจ๊ะ ไม่รู้เราจะมองแง่ลบไปรึเปล่า แต่ยังไงซะมันก็ต้องมีช่วงที่คนเราต้องออกห่างจาก "ต้นไม้" ต้นนั้นบ้างเหมือนกัน เหงาเนอะ

ไม่ค่อยได้เจอหรือปล่อยความตอแหลนั่น แต่ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยได้เจอ "ต้นไม้" ที่ช่วยได้เต็มประสิทธิภาพมากนัก

/นั่งมองหน้าจอติดตามสภาพของพุ่มไม้น้อยๆ ที่แยกย้ายกันไป/
#5 by AriYasha At 2011-08-31 22:18,
ตอแหล+ต้นไม้ = ตอไม้/ต้นแหล






เกรียนงงๆแล้วจากไป
#4 by {T4tsUk1} At 2011-08-31 20:47,
อ่านไปล่ะ นานๆทีจะเห็นฟ้าเขียนงานแบบนี้ ออกเชิงติดลบนิดหนึ่ง

แต่มันทำให้เรานึกถึงตัวเองเลยล่ะ เรื่องโกหกเนี่ย....โดนประจำเลย
#3 by Shion At 2011-08-31 18:04,
@มีน --- เป็นต้นไม้ต้นอ้วนๆ สองต้นอยู่ใกล้ๆ กันละกันนะ ^^
#2 by Fung-Fa At 2011-08-31 17:44,
ถ้างั้นฝั่งก็เป็น "ต้นไม้" ของมีนล่ะ
ว่าแต่...มีนเป็น "ต้นไม้" ของฝ่ังรึเปล่าหว่า - -
#1 by MeeN At 2011-08-31 17:43,

ฝั่งฟ้า
View full profile