2011/Apr/22

 
 
 
พอทิ้งเรื่องที่เหมือนแส้ไล่หลัง ฟาดเราให้ทู่ซี้วิ่งไปข้างหน้าตามค่านิยมสังคมแล้ว
ก็มีเวลามานั่งพักหลังสบายๆ (ไม่ต้องถูกฟาด) แล้ว "สัมภาษณ์ตัวเอง" ได้ยาวขึ้น
จากรายการคั่นข่าวแค่ห้านาที ก็กลายเป็นวาไรตี้ทอล์คโชว์ยาวสองชั่วโมงได้...

ใช้ชีวิตตกงานเสียสบายใจไปเลย...

พอเลือกชีวิตในอีกเส้นทางหนึ่งที่ไม่ได้ตื่นเช้า ขึ้นรถเมล์ ไปทำงาน นั่งรถเมล์ กลับบ้าน... ตื่นเช้า... (ไม่รู้จบ)
ก็มีเวลาได้ทำทั้งงานอ่าน งานเขียน และ... นั่งเฉยๆ 

เมื่อไม่นานมานี้ได้อ่านหนังสือเรื่อง "TRY" ของ "วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์"
(ที่แอบขอเปิดอ่านก่อนจะเอาไปให้โรงเรียนตามจุดประสงค์แรก)
แล้วก็ได้เจอกับคำถาม 23 คำถามในบทส่งท้าย
เป็นคำถามจากต่างแดนของนักเรียนนอกคนหนึ่งที่ส่งมาถาม "พี่โหน่ง" ในจดหมายส่วนตัวของเธอแท้ๆ
แต่ในเมื่อกล้าเอามาเผยแพร่ เราก็กล้าที่จะทะลึ่งตอบตามประสา

คำตอบของ "พี่โหน่ง" จะเป็นยังไงไม่รู้ (เพราะพี่เขาไม่ได้เล่าให้ฟังในหนังสือ) แต่คำตอบของเราก็น่าจะเป็นอย่างนี้ล่ะ
 
๑. คติประจำใจของคุณคืออะไร?
  - เคยถูกถามคำถามนี้หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ไม่เคยได้คำตอบที่ตรงใจตัวเอง และก็ยังไม่กล้าพอที่จะบอกว่า "ไม่มี" มันอาจจะดูไม่ค่อยเหมือนคติสักเท่าไร แต่เรามักจะคิดอยู่เสมอว่า "ทุกครั้งที่เงยหน้ามองฟ้าจะรู้สึกเสมอว่า เราเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในจักรวาล เพราะฉะนั้น จงใช้ชีวิตอย่างเจียมตัว และให้เกียรติผู้อื่นเสมอ"

๒. ชอบเพลงให้กำลังใจที่เป็นภาษาอังกฤษเพลงไหน ภาษาไทยเพลงไหน
   - เพลงภาษาอังกฤษบอกได้เลยว่าเป็นเพลง "Breath Again" ของนักร้องสาวชาวมาเลเซีย "Juwita Suwito" ส่วนเพลงไทยก็น่าจะเป็นเพลง "ฤดูที่แตกต่าง" เพราะได้ยินเพลงนี้ทีไรยิ้มได้ทุกที

๓. ตอนนี้เขียนหนังสือเล่มใหม่อยู่หรือเปล่า
   - หนังสือเล่มใหม่(นิยาย) ก็กำลังเขียน (แม้จะยังไม่แน่ใจว่าจะส่งต้นฉบับให้ที่เดิมหรือที่ไหน) และนอกจากนี้ก็ยังคิดว่าจะลองเขียนงานเขียนแบบอื่นๆ ด้วย ช่วงนี้กำลังทำความรู้จักกับ Short - Short Story (ดูจากบุคคลิกแล้วท่าทางจะจริตใกล้เคียงกัน)

๔. ถ้าเขียนจดหมายถึงซานตาคลอส จะเขียนว่าอะไร?
   - เขียนจดหมายสงสัยไม่พอ มานั่งคุยกันเลยดีกว่าเรื่องมันเยอะ
 
๕. มีสัตว์ให้เลือก ๕ อย่าง เสือ ม้า วัว หมู แกะ ให้เรียงลำดับชอบมาก - ชอบน้อย
   - ๑. แกะ (ชอบสัตว์ขนปุยๆ) ๒. วัว (ท่าทางใจดี) ๓. หมู (ดูซื่อๆ) ๔. ม้า ๕. เสือ
 
๖. อ่านหนังสือเล่มไหนค้างอยู่หรือเปล่า ทำไมถึงอ่านเล่มนี้
  - "ดนตรีที่มีน้ำตา" ของ "ปราบดา หยุ่น" เพิ่งได้มาจากงานหนังสือครั้งล่าสุด สะดุดกับชื่อเรื่องก่อน เพราะเป็นคนที่ฟังเพลงแล้วร้องไห้ง่ายมากๆ ถึงกับเคยเขียนความเรียงบทหนึ่งชื่อ "ความว่างเปล่าที่สุดฟ้า หยดน้ำตาในเสียงเพลง"ส่วนหนังสือเป็นเรื่องราวชีวประวัติของนักร้องที่มีความเศร้าอยู่ในน้ำเสียงและบทเพลงทั้งหมด ๑๒ คน ตอนนี้อ่านมาจนถึงคนที่ ๔ แล้ว

๗. มีความฝันอะไรที่ยังไม่ได้ทำอีกไหม
  - ความจริงฝันอยากเป็นคอลัมนิสต์ และคิดว่าจะสักวันจะมีกำลัง(ใจ)มากพอที่จะทำให้คนเห็นแก่ตัวน้อยลงกว่านี้ได้ ตอนนี้กำลังลงมือทำอยู่ ส่วนความฝันที่ยังไม่ได้ทำ... ก็คงเป็นความฝันที่ตอนนี้ยังไม่ได้ฝัน

๘. เคยมา MelBurn หรือเปล่า (นักเรียนนอกเจ้าของจดหมายอยู่ที่ Melburn, Australia)
  - ไม่เคย แต่ขึ้นชื่อว่าต่างประเทศ --- อยากไป

๙. คริสมาส - ปีใหม่นี้ มีแผนไปเที่ยวไหน ถ้าไม่ไปเที่ยวจะทำอะไร
   - ปกติวันหยุดยาว ถ้าไม่กลับไปหาพ่อกับแม่ ก็จะไม่ค่อยไปไหน ชอบความรู้สึกเวลาที่ได้หยุดอยู่กับบ้านอยู่กับตัวเอง อยู่กับคนที่รักที่สนิทใจ ทำอาหาร สั่งพิซซ่า นั่งดูหนัง ดูทีวี ให้เป็นวันช้าๆ ไปทีละวัน

๑๐. มีที่ไหนในโลกที่อยากไปบ้าง
  - ความจริงอยากไปทุกที่ แต่ตอนนี้กำลังอยู่ในกระแสสนใจอิตาลี เหมือนเพิ่งค้นพบตัวเองว่าที่ผ่านมาสนใจประเทศนี้มาโดยตลอดอยากรู้ว่ามีอะไรเรียกเราอยู่ที่นั่นจริงไหม
 
๑๑. เล่นดนตรีได้หรือเปล่า อะไรบ้าง
  - ร้องเพลงได้ แต่งเพลงได้ ถือเป็นดนตรีใช่ไหม?

๑๒. เรื่องไหนในชีวิตที่ดีใจที่สุด
  - ทุกครั้งที่เจอเรื่องดีๆ ก็ดีใจที่สุดเสมอ... ดีใจที่ได้เกิดมา

๑๓. มีอะไรเป็นสิ่งกระตุ้นความฝัน
  - ความฝันฝันได้เรื่อยๆ ไม่เคยคิดจะกระตุ้น ที่ต้องกระตุ้นคือ "ตัวเรา" ที่จะเป็นคนทำให้มันเป็นจริง

๑๔. ช่วงเวลาที่สับสน ก้าวข้ามผ่านมันมาได้อย่างไร
  - ทุกครั้งที่สับสน จะเหมือนคนบ้าที่วิ่งชนกำแพงหาทางออกในห้องแคบๆ อยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายพอเหนื่อยก็จะนั่งพักมองไปรอบๆ แล้วก็มักจะเห็นว่า "อ้าว ทางออกอยู่ตรงนั้นนี่หว่า" ที่ต้องมีกับตัวตลอดคือ ต้องเข้มแข็งพอ และ อดทน พ่อบอกเสมอว่า"ถ้าออกไม่ได้ ก็ไปออกทางที่เข้ามานั่นแหละ"

๑๕. ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะออกนโยบายอะไร
- เรื่องนี้ให้ตอบเป็นไตรภาค หรือจตุภาค ก็คงไม่จบ แต่ไม่ว่าจะนโยบายอะไรก็มาก่อนการศึกษาไม่ได้ ใจใหญ่กับเรื่องนี้หน่อยทุ่มงบให้การศึกษาเยอะๆ พอคนฉลาดขึ้น ใช้ชีวิตเป็นกันมากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อะไรๆ มันก็ดีตามมาเอง
 
๑๖. มีของสะสมอะไรบ้าง? (จริงๆ ในจดหมายถามว่า นอกจากโปสการ์ดรูปท้องฟ้า พี่โหน่งสะสมอะไรอีกไหม?)
  - เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ เคยสะสมบัตรโทรศัพท์ (รุ่นที่เป็นแถบแม่เหล็กใช้กับตู้สาธารณะ จนมาถึงบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ) หลังจากนั้นก็ไม่เคยสะสมอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีก มีสะสมแสตมป์เซเว่นปีละครั้ง กับตั๋วหนังที่เก็บๆ มาได้หลายปีแล้ว

๑๗. ยังเป็นเด็กดื้ออยู่หรือเปล่า
  - ถ้าตอบว่ายังเป็น ก็แสดงว่าตอนเด็กๆ ก็ดื้อน่ะสิ อันนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าดื้อไหม อาจจะเรียกว่า "ดื้อเงียบ" ก็ได้มั้งคือเวลาเจอเรื่องอะไรยิ่งถ้าเป็นกับผู้ใหญ่ ถ้าเราค้านก็ค้านอยู่ในใจ แต่ไม่แสดงออกตรงๆ ถ้าอยากได้จริงๆ อยากค้านจริงๆ ก็ใช้วิธีประนีประนอมอ้อมค้อมไปเรื่อย สุดท้ายก็มักจะได้ในสิ่งที่เราต้องการอยู่ดี

๑๘. ความสุขเล็กๆ คือ...
- เวลาที่ได้ยิ้มค้าง หรือหัวเราะเยอะๆ จนลืมทุกอย่าง

๑๙. อะไรคือแรงบันดาลใจในชีวิต
- ความหวังว่าสักวันหนึ่งสิ่งที่เราตั้งใจทำจะเป็นประโยชน์ต่อโลก

๒๐. สิ่งสำคัญ ๕ อย่างในชีวิต
- (ไม่เรียงลำดับ ถือว่าสำคัญเท่ากันหมด) ครอบครัว ตัวเอง คนที่ทำให้เรามีวันนี้ โลก และความสุข

๒๑. เป้าหมายในชีวิต
- ไม่แก่ตายไปเปล่าก็พอแล้ว
 
๒๒. มีเรื่องอะไรไม่สบายใจไหม อยากเล่าให้ใครสักคนฟังไหม
  - ทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบายใจ จะเล่าให้ตัวเองฟังก่อน ถ้าตัวเองแนะนำนำว่า ลองเล่าให้คนโน้นคนนี้ฟังสิ เผื่อเขาช่วยได้ ก็ค่อยเล่า

๒๓. คนเราเกิดมาทำไม
  - จริงๆ เป็นคำถามที่เราควรถามตัวเองบ่อยๆ และเชื่อว่าถ้าถามทุกครั้งก็อาจจะได้คำตอบที่ไม่เหมือนกันก็ได้ หรือบางครั้ง เราอาจจะตอบมันไม่ได้เลย คิดว่าสาเหตุที่คนเรามักไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองเกิดมาทำไม ถึงแม้ว่าจะคิดแล้วคิดอีก ก็คงเพราะตอนก่อนที่เราจะเกิด เราก็เป็นแค่ก้อนเนื้อก้อนหนึ่งที่ไม่มีความสามารถที่จะคิดเป็นเหตุเป็นผลได้ว่า ทำไมอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเราจะต้องหลุดออกจากท้องแม่ เพื่อทำในสิ่งที่เรียกว่า "การเกิด" ด้วย กว่าที่เราจะเริ่มรู้จักคิดหาเหตุผลได้ เราก็"เกิด"จน"โต" กันเสียแล้ว
 
เพราะฉะนั้น คำถามไม่ได้อยู่ตรงที่ว่า "เราเกิดมาทำไม" แต่ควรเป็น "ในเมื่อเราเกิดมาแล้ว เราควรทำอะไร" สำหรับฉัน การเกิดมาของเรา เป็นเหมือนห่วงโซ่ เป็นวัฏจักรของธรรมชาติ ยิ่งถ้าเป็นยุคที่ธรรมชาติเสียสมดุลอย่างนี้ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากจะเกิดมาเป็นภาระของมันเหมือนกัน แต่เมื่อดันเกิดมาเสียแล้ว จะทำอย่างไรให้เราอยู่แบบ "ไม่รกโลก" นี่แหละคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
 
ไม่สำคัญหรอกว่า เราเกิดมาทำไม แต่สำคัญที่ว่าเราเกิดมาแล้วเราจะ"ใช้ชีวิต"อย่างไรต่างหาก
 
 
----------------------------------------------------------
 
ตอนที่นั่งเขียนตอบคำถามทั้งหมดในสมุดบันทึก
บางข้อก็ตอบได้เร็วแบบไม่คิดมาก แต่บางข้อก็ต้องใช้เวลาิกลั่นกรองอยู่นาน
บางข้อเป็นคำุถามที่โดนถามบ่อย แต่บางข้อก็ไม่เคยถามตัวเองมาก่อน
 
แต่สุดท้าย... ก็รู้สึกเหมือน ๒๓ นั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว
(แอบคิดซาดิสในใจนิดๆ ว่าคำถามแบบนี้น่าจะมีสักร้อยข้อ)
 
ทำแบบนี้แล้วนึกถึงเกมยี่สิบคำถามที่เราชอบเห็นในหนังเขาเล่นกัน
สลับกันถามตอบไปมา ก็น่าสนุกดี
เคยเล่นบ้างตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น เวลาเดินกลับบ้านด้วยกันกับเพื่อนๆ ก็จะสลับกันถามตอบ
แต่ไม่เคยถึงยี่สิบคำุถามเลย เพราะเราถึงที่สถานีก่อนทุกที
 
แต่คราวนี้ล่อไปซะ ๒๓ คำถาม
 
ถ้าเป็นระยะทางจากโรงเรียนถึงสถานีก็คงจะเลย
แต่ถ้าเป็นระยะทางของการรู้จักตัวเอง... ก็คงจะแค่เพิ่งออกตัว...
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet


> w<

อืมมมมมมม
#4 by ไอติมตากแห้ง At 2011-04-23 00:28,
ตามสบายจ้า สนุกกับการคุยกับตัวเองนะ
big smile
#3 by Fung-Fa At 2011-04-22 23:53,
ยังไม่ได้อ่านนะ แต่ขอเอาไปทำได้ไหมอ่ะ ฟ้า
#1 by Shion At 2011-04-22 22:57,

ฝั่งฟ้า
View full profile