2008/Aug/30

 

ในขณะที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย... มีเรื่องให้ต้องติดตามกันนาทีต่อนาที...

มีการเปลี่ยนแปลงกันวันต่อวัน... ที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างไม่เคยเห็นใจใคร...

จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า... อีกไม่กี่วันนี้...  ของเมื่อ 18 ปีที่แล้ว...

วันที่ 1 กันยายน 2533

ใครบางคน... ตัดสินใจใช้ชีวิต... แลกกับความฝัน และอุดมการณ์

 

 

 

"ผมคิดว่า... ชีวิตผมทำดีที่สุดแล้วเท่าที่ผมมีชีวิตอยู่

ผมคิดว่า... ผมได้ช่วยเหลือสังคมดีแล้ว

ผมคิดว่า... ผมได้ทำตามกำลังของผมดีแล้ว

และ... ผมพอใจ ผมภูมิใจ สิ่งที่ผมทำ"

 

 

"บางคนชอบก้าวไปข้างหน้า โดยข้างหลังไม่ได้ทำอะไรไว้เลย"

พงศา ชูแนม : เจ้าพนักงานป่าไม้  5

หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ จ.ชุมพร

 

นี่อาจเป็นคำพูดที่เหมาะที่สุด... สำหรับคนที่ำทำงานในผืนป่า...

ที่ไม่มีทั้งที่สำหรับโต๊ะทำงานราคาแพง หรือกระทั่งตู้จะโชว์โล่ห์ประกาศเกียรติคุณ ก็เป็นได้

 

จงย่ำอยู่กับที่... อย่างมีความหมาย...

แต่อย่าก้าวไปข้างหน้า... โดยที่ทิ้งไว้แต่รอยเท้าเพียงอย่างเดียว...

 

...........................
 
เหล่านี้... ฉันได้จากการเข้าไปเดินในนิทรรศการ "เส้นทางอนุรักษ์บนร่างสืบ"
ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
 
 
สืบ นาคะเสถียร
เป็นรุ่นพี่ของพวกเรา...
นิสิตคณะ วนศาสตร์ รุ่นที่ 35 และปริญญาโท สาขาวนวัฒนวิทยา
 
เรียน และทำงานกับป่ามาตลอด...
จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเขา... ก็ยังมอบให้แก่ป่า... ที่เขารักเหมือนบ้าน...
 
 
"จะเป็นไปได้ไหมที่รัฐบาลจะเปิดใจกว้าง โดยให้ทุกฝ่ายทั้งประชนผู้นำท้องถิ่น ผู้แทนราษฏร นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยร่วมกัน คือบางคนอาจจะต้องรับสถานภาพของบางกลุ่ม ข้าราชการอาจต้องยอมรับสถานภาพของประชาชน คือลดตัวลง ในขณะเดียวกัน ก็เพิ่มฐานะของเขา ให้ขึ้นมามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาร่วมกัน แทนที่จะพูดกันคนละที"
บอร์ดนิทรรศการฯ อ้างถึง สารคดี ฉบับ 64 หน้า 99, กรกฎาคม 2533
 
(คำพูดของสืบ ก่อนเสียงปืนนัดนั้น... จะดังขึ้นในไม่กี่เดือนต่อมา)
 
 
"ช่วงอาทิตย์่ต่อมา บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมป่าไม้ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องนับร้อยคน ได้เปิดประชุมเพื่อหา "มาตรการป้องกันการบุกรุกป่าไม้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแห้ง" โดยสืบ นาคะเสถียร ได้พยายามจัดตั้งการประชุมมาหลายครั้ง แต่ไม่มีการตอบรับจากเจ้าหน้าที่เลยสักครั้ง จนกระทั่งการเสียชีวิตของสืบ ทำให้มีข้อกล่าวว่า หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้นเ่ช่นกัน"
 
บอร์ดนิทรรศการฯ
 
ฉันเดินอ่านทุกบอร์ดในซุ้มนี้ราวกับถูกสะกด... 
รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล...
 
แม้ว่าสืบ นาคะเสถียร จะทำงานโดยตรงกับป่าไม้ และการอนุรักษ์ธรรมชาติ
แต่การกระทำของเขา... กลับชี้ให้เห็นถึงสภาพบ้านเมืองของเรา...
ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรเลย มาตลอด 18 ปี
 
คนมีอำนาจยังเมินเฉย...
เหมือนคนใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่นึกว่าได้มาฟรีๆ 
 
ประชาชนไร้ปากเสียง... เหมือนกับป่าที่มีแต่รอวันถูกทำลาย
 
ข้าราชการระดับล่าง... ก็ยังคงอยู่ระดับล่าง...
และทำงานเก็บกวาดอยู่ล่างๆ 
เหมือนองค์กรสิ่งแวดล้อมที่พยายามจะรณรงค์รักษ์โลก
 
อุุดมการณ์ยังเป็นสิ่งที่กินไม่ได้
การต่อสู้แบบหัวชนกำแพง ขณะที่คนหลังกำลังแพงไม่ได้สะทกสะเืทือน
ก็ยังมีอยู่ให้เห็น... ในทุกซอกมุมของระบบ
 
จะต้องรอให้มีเสียงปืนอีกสักกี่นัด...
จึงจะแก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้อย่างนั้นหรือ ?
 
 
 
 

"การดูแลป่าให้คงอยู่ ไม่ใช่ดูแลป่าไม่ให้ถูกทำลาย แต่ต้องดูแลคนไม่ให้ทำลายป่า"

เป็นอีกคำพูดหนึ่งของ พงศา ชูแนม...
เขากำลังบอกกับเราว่า...

ป่าไม้ ไ่ม่ได้กำลังมีปัญหา

สิ่งแวดล้อม ไม่ได้กำลังมีปัญหา

บ้านเมือง ไม่ได้กำลังมีปัญหา

คนต่างหาก ที่กำลังมีปัญหา

 

 

การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่า

ก็เหมือนการอยู่ร่วมกันของคนกลุ่มหนึ่งที่มีอำนาจ กับคนอีกกลุ่มที่ไม่มีอำนาจ

คนจะทำลายป่าเมื่อไรได้... แต่ป่าไม่เคยทำลายคนก่อน...

"ผมเชื่อว่า ธรรมชาติกำลังโบยตีมนุษย์ ให้รับรู้บทเรียนความเจ็บปวดนั้น" เป็นอีกคำพูดของพงศา

 

ฉันเชื่อเสมอมาว่า... การอยู่ร่วมกันในสังคม...

ที่เรามักจะใ้ช้กันว่า ต้องรู้จักการปรับตัว การเปิดใจ ต้องใจกว้าง ยืดหยุ่น ยอมรับสถานการณ์ หรืออะไรก็ตาม

... พูดให้ง่าย...

มันก็คือ... การที่ทำตัวเราเอง ให้เป็นคนตัวเล็กๆ อยู่ในสังคมนั้น...

เป็นส่วนเล็กๆ ของระบบ ค่อยหมุนเวียน... ขับเคลื่อนไป...

ไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นมาับังคับ หักลำ

ไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นมาชูมือบอกว่า ฉันมีอำนาจ... ทุกคนจงตามฉันมา...

แต่คงจะดีกว่า... ถ้าหากว่าใครที่มีความคิดที่เห็นว่าดี จะลุกขึ้นมาแล้วบอกว่า

ไปเถิด... เราจะก้าวไปด้วยกัน...

 

"ผมเป็นหมอที่มีโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุด เพราะผมก็รักษาในป่า ภูเขาลูกที่เห็นอยู่อาจจะเป็นห้องผ่าตัด ภูเขาบางลูกอาจจะเป็นห้องเก็บยา"

"การทำงานของผมคือ ยกโรงพยาบาลเข้าไปหาเขาในป่า เพราะการเอาเขาออกมานอกพื้นที่การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ และสภาพอาหาร จะทำให้เขาเกิดความเครียด จนถึงขั้นต่อสู้ หรือตาย จึงเป็นเรื่องที่ดีกว่า ถ้าหมอถือกระเป๋าใบเล็กๆ ไปหาเขาที่บ้าน รักษาเสร็จก็ให้เขาพักในบ้าน"

 

นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน (หมอล็อต) 

นายสัตวแพทย์สัตว์ป่าคนแรกของประเทศไทย

 

"แท้จริงแล้ว สำหรับสัตว์ป่า ผมเป็นเพียงชายแปลกหน้าคนหนึ่ง"

ม.ล.  ปริญญากร วรวรรณ

ช่างภาพสัตว์ป่า อันดับหนึ่งของเมืองไทย และนักเขียนอิสระ

 

สำหรับฉัน... คำพูดของคนเหล่านี้... แสดงให้เราเห็นถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
การอยู่ร่วมกันในสังคม... ในโลก...

ไม่ใช่แค่คนกับป่า... คนกับสิ่งแวดล้อม...
กระทั่ง คนกับคนเอง...

การแบ่งชั้นวรรณะ

การเหยียดสีผิว

การแบ่งแยกทางศาสนา...

ล้วนแต่เกิดจากการไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน...

นำเอาวัตถุนิยมเข้ามาตัดสิน...

 

ทั้งที่จริง... ทั้งที่ความเป็นจริงที่สุดในชีวิตของเราทุกคนก็คือ...

ทุกคนจะเิกิดมา... และตายไป...

 

ไม่ได้ถืออะไรมาตอนเกิด... และก็ไม่สามารถฉวยเอาอะไรกลับไปได้เมื่อเราตาย...

 

ฉันเชื่อมาตลอดว่า...

"โลกใบนี้ยังเล็กนัก... ถ้าหากว่าเราทำตัวใหญ่เกินไป  เราก็จะอึดอัด และอยู่ได้ยาก"

 

หลายครั้ง... ที่ฉันรู้สึกหายใจลำบาก...

ฉันจะนึกถึงคำพูดที่บอกตัวเองแบบนี้เสมอ...

 

 

 

 

ฉันเคยสงสัยมาตลอด ว่าทำไมนิสิตคณะวนศาสตร์ของที่นี่ จึงต้องมีประเพณีรับน้องที่หนักเหลือเกิน
นั่นคงเป็นเพราะว่า... เสียงปืนนัดนั้น ของ สืบ นาคะเสถียร

ได้บอกกับพวกเขา ชาววนศาสตร์ สีน้ำตาลเข้มข้นปนสายเลือด เอาไว้ว่า...

หากคิดจะเดินตาม "เส้นทางบนร่างสืบ" นั้น... ไม่เคยง่ายดาย

 

เจ้าไม่ได้ใหญ่ยิ่งไปกว่าปลายยอดหญ้าที่สายตาเจ้าก้มลงไปมองอยู่...

เจ้าไม่ได้สูงยิ่งไปกว่าแผ่นดินที่เจ้าเหยียบยืนอยู่

เจ้าไม่ได้มีสิทธิ์ในการมีชีวิตอยู่มากยิ่งไปกว่าแมลงตัวเล็กๆ ที่อยู่ใต้ดินหลังฝ่าเท้าเจ้า...

 

จงเปิดใจกว้าง...  เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทุกข์ ที่จะเจ็บ ที่จะเหนื่อย ได้เท่าเทียมกัน...



อีกนานเท่าไร... จึงจะหมดยุคของผู้ที่ไม่ยอมทุกข์ ไม่ยอมเจ็บ ไม่ยอมเหนื่อย

อีกกี่เสียงปืน... จึงจะเพียงพอสำหรับความเข้าใจ... และการขับเคลื่อนไปด้วยความคิดเดียวกัน

 

 

จำเป็นหรือ...

ที่เราจะต้องได้ยินเสียงปืนนัดนั้น อีกสักที...

 

..

.

 

Comment

Comment:

Tweet


อ่านแล้วขนลุกเลยค่ะ
#32 by แนน (103.7.57.18|158.108.92.167) At 2012-09-26 15:44,
อ่านแล้วร้องไห้

เสียงปืนนัดนั้นของสืบ นาคะเสถียร
ยังก้องกังวานมาจนบัดนี้
อย่างน้อยก็สำหรับฉัน..

จะสู้เพื่อโลกต่อไปค่ะ...
#31 by อคิเอง❤ At 2009-05-02 20:47,
สืบ นาคะเสถียร

ก้อเป็นบุคคลที่น่ายกย่องของดิฉันคนนึงเลยนะคะ

^^
#30 by ^^ (125.26.44.196) At 2008-11-21 21:24,
สืบ นาคะเสถียร

ก้อเป็นบุคคลที่น่ายกย่องของดิฉันคนนึงเลยนะคะ

^^
#29 by ^^ (125.26.44.196) At 2008-11-21 21:23,
ผมจะไม่ยอมให้การจากไปของน้าสืบนั้นสูญเปล่าครับ
ปล. ตายเสียด