2007/Dec/15

คุณเคยคิดว่า คุณรู้จักคำว่า "เดียวดาย" ดีแค่ไหน ?

เคยไหม... ที่รู้สึกว่ามีเพียงความว่างเปล่าอยู่ข้าง ๆ ?

เคยไหม... ที่มีเพียงความเงียบเป็นเสียงตอบรับทุกคำถามของคุณ ?

และเคยไหม... ที่เสียงตอบรับสุดท้ายของคุณที่เหลืออยู่บนโลกนี้...

... ตายไปต่อหน้าต่อตา..

 
เมื่อบางสิ่ง ที่เรียกได้ว่าอีกครึ่งหนึ่งของชีวิต

... บางสิ่ง... ที่เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เหตุผลที่ทำให้คุณ "อยู่" เพื่อมัน...

.. ได้ถูก "ความตาย" พรากไปจากอ้อมกอดคุณ.

  
ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ อาจจะดูแปลกไปสักหน่อย ถ้าจะใช้เป็นคำนิยมของหนังที่มองปราดเดียวก็รู้ว่า Action อย่างเรื่อง I am Legend

 
แต่ที่พยายามจะบอกก็คือ I am Legend ไม่ได้เป็นแค่หนักแวมไพร์ ไม่ได้เป็นแค่หนัง Action/Adventure, Science Fiction/Fantasy/ Thriller  อย่างที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ หรือที่ไหน ๆ แต่เป็นหนังที่... สะอึก (ไม่รู้สิ มันอาจจะมีคำอะไรที่ดีกว่านั้นแต่คิดไม่ออก)

 
ถ้าถามว่าดูหนังเรื่องนี้แล้วนึกถึงอะไร อย่างแรก นึกถึงความเดียวดายอย่าง Cast away อย่างที่สอง นึกถึงหนัง Sci-fi กดดันน้ำตาเล็ดอย่าง War of the worlds

 

เราเองก็อาจจะเป็นคนแปลกอย่างหนึ่ง... ดูหนังรักไม่เคยร้องไห้ แต่ดูหนังเรื่องนี้ดัน ร้อง ร้องออกมาได้จริง ๆ น้ำตาหยดเผาะ ๆ เลย

 
หนังเรื่องแรกในชีวิตที่ดูแล้วน้ำตาไหล คือ War of the Worlds ... ใครเขาก็คงหัวเราะ ถ้าบอกว่าดูหนังมนุษย์ต่างดาวแล้วร้องไห้ แต่โดยส่วนตัวคิดว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นนะ โดยเฉพาะส่วนของครอบครัว ที่เขาพยายามจะสื่อให้เห็น ตัวละครอย่างทอม ครูซ ที่หนังคงจะสื่อว่า ด้วยความรักที่มีให้ลูก เขาได้พยายามเป็นพ่อที่ดีที่สุดแล้วแม้ว่าจะทำไม่ได้... มนุษย์ต่างดาวก็เป็นแค่อุปสรรคนามธรรมในชีวิตจริง ที่คนทำหนังสร้างขึ้นมาให้เป็นรูปธรรมในรูปแบบของหนัง 

 
แต่พูดถึง I am Legend เรื่องนี้เป็นหนังเรื่องที่สองในชีวิตที่ฝั่งฟ้าร้องไห้ พอใครถามว่าหนังดีไหม ก็บอกว่าหนักดี แต่อดบอกด้วยไม่ได้เลยว่า เราร้องไห้ด้วยนะ เขาก็งงว่า อ้าว ตกลงมันเศร้าเหรอ ?

 

แต่เราก็บอกไม่ถูก ใช่ มันอาจจะเศร้า...แต่ที่สัมผัสได้มันหลากหลายทางอารมณ์มากกว่านั้น มันเหงา มันเครียด มันกดดัน มันเจ็บปวด

 


ครั้งแรกที่ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้... ซึ่งทำได้น่าดูมาก บรรยายชีวิตประจำวันทั้งหมดของพระเอกที่แสนราบเรียบด้วยการอยู่คนเดียวในเมืองร้าง เป็นมนุษย์คนสุดท้าย แถมตอนกลางคืนยังต้องเอาชีวิตรอดนอนกอดปืนไม่เคยปล่อย คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจฝั่งฟ้าและสลัดไม่หลุดจนต้องตัดสินใจไปดูคือ

 

 "แล้วจะอยู่ไปทำไม ?"

 

ใช่ ถ้าเห็นจากตัวอย่าง คงมีหลายคนที่คิดเหมือนกัน ถ้าอยู่แบบนั้น จะต้องพยายามเอาชีวิตรอดไปทำไมในแต่ละคืน.... ก็ตายไปซะดีกว่า

 

แต่พอไปดูแล้ว คำตอบที่ได้... ทำให้รู้ว่าการมีชีวิตมันมีความหมายมากกว่าการหายใจค่ะ

 

ถ้าใครชอบหนังพูดคนเดียวแบบ Cast Away ขอแนะนำว่าเรื่องนี้ก็ไม่ควรพลาดอีกเรื่องหนึ่ง แต่ขอเตือนนิดหน่อย สำหรับคนที่ตกใจง่าย ขวัญอ่อน โรคหัวใจ

 

หนังเรื่องนี้ไม่อยากใช้คำว่า Trhiller เลยค่ะ เพราะมันไม่ตื่นเต้น ไม่สยอง แต่ต้องใช้คำว่าหนังตกใจ เพราะเป็นหนังเงียบ นอกจากจะพูดคนเดียวแล้ว ซาวด์ประกอบก็แทบจะไม่มี เงียบ ใช้เสียงธรรมชาติทั้งเรื่อง แล้วอยู่ดี ๆ มันก็จะโผล่พรวดออกมาเลย พวกปีศาจเนี่ย คือปกติถ้าหนัง Trhiller ส่วนใหญ่จะมีซาวด์แบบตื่นเต้น ๆ เตือนมาก่อนใช่ไหมคะว่า นี่นะ จะมาแล้วนะ แต่สำหรับ I am Legend เรื่องนี้บอกไว้ก่อนว่าไม่มี แค่เสียงฝีเท้าคนเดิน แค่เสียงหอบหายใจ ก็ลุ้นจะตายชักแล้ว

 

ฝั่งฟ้าตกใจหนักไปประมาณสี่ห้าครั้งช่วงครึ่งชั่วโมงแรก จะถอดใจลุกหนีไม่เสียดายตังค์ไปแล้ว เพราะอาการเริ่มออก จุกหน้าอก มือไม้สั่นหมด ตัวนี้ขึ้นมาขดอยู่บนเก้าอี้ทั้งตัว แต่ก็เสียดายเนื้อเรื่อง...

 
พอดูจนจบก็สรุปว่าคุ้มเกินคุ้มค่ะ ถึงจะต้องนั่งทำใจออกคนสุดท้ายในโรง ตั้งสติอยู่นานกว่าจะกลับบ้านถูก แต่พอเดินออกมาจากโรง ถามว่าให้กลับไปดูอีกไหม ไม่ต้องคิดเลยล่ะ อยากซื้อตั๋วดูต่อเดี๋ยวนั้นเลยด้วยซ้ำ

 
ตอนจบของหนังเรื่องนี้ก็คล้าย ๆ หนังฮีโร่ธรรมดาที่พระเอกกลายเป็นตำนานเหมือนชื่อเรื่อง แต่มันประทับใจระหว่างนั้นมากกว่า เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ประทับใจ ใช้นักแสดง (วิล สมิธ) คุ้ม คือได้ทุกบทบาท บู๊ได้ แอบตลก(ร้าย)ได้ เศร้าได้ เครียดได้ ยกตัวอย่างได้อีกบทของ นิโคลัส เคจ จากเรื่อง Face Off อะไรอารมณ์นั้น มันจะบู๊หรือมันจะเศร้า เอาได้หมดจริง ๆ

 

ในที่สุดส่งท้ายปีนี้ ฝั่งฟ้าก็ได้หนังประทับใจเก็บไส่ลิ้นชักอีกเรื่องหนึ่งแล้วสินะ

หนังไซไฟ...

หนังแอ็คชั่น...

หนังแวมไพร์...

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็น "หนังเหงา"

 

 

Comment

Comment:

Tweet


ชอบตอนเดินเข้าร้านวิดีโอ .
#27 by kae At 2011-09-05 12:03,
หลังจากที่ไปดูหนังเรื่องนี้ แล้วเข้ามาอ่านเอนทรี แล้ว
พอจะเข้าใจเลย ว่า มันเป็น "หนังเหงา"
แต่เรื่องนี้เราไม่ได้ร้องไห้นะ แต่ดูหนังไปรุ้สึกเศร้ายังไงก็ไม่รู้นะ
#24 by Shion At 2008-09-16 11:35,
จริงค่ะ นั่งเกร็งทั้งเรื่องเลย
แต่ก็เป็นหนังที่ดีมากเลยนะ ไม่เสียดายที่อยู่จนจบ
ส่วนตัวแล้วเรื่องนี้ดีกว่า cast away นะคะ
confused smile cry
#23 by มุก At 2007-12-23 11:23,
อ่านข้อความของคุณจบแทบจะวิ่งลุกเข้าแถวซื้อตั๋วที่เมเจอร์

นี่มันหนังที่ผมรอคอยดูมานานกว่า 27 ปีเชียวนะเนี่ย
อ่านแนวที่พลอตแล้ว ...ใช่เลย...


โอยยย

อยากดู ...... อยากดู
#22 by ผมเอง (210.165.5.10) At 2007-12-18 09:28,
อยากไปดูเหมือนกัน > <
#21 by ChaRaxEs (悪いウサギ) ~* At 2007-12-16 11:37,

ผมอยากให้ทุกคนได้ดูครับ หนังที่สร้างอารมณ์ให้คนดูได้รู้สึกแบบนี้ได้ แทบไม่มีให้เห็นเลยนะ

ถ้า DVD ออกมาผมคงซื้อเก็บไว้ดูเวลาที่อยู่บ้านคนเดียว
#20 by หุ่นดีกันเถอะ At 2007-12-16 10:06,
มันเป้นแวมไฟร์หรอ
ซอมบี้มากกว่านะผมว่า -.-
#19 by [=M e K=] At 2007-12-16 01:42,
-- บรรยายมาซะขนาดนี้

-- ถ้าพลาดไปเนี้ยเสียดายแย่ big smile
#18 by Evil-minded Angel At 2007-12-16 00:58,
อยากไปดูครับ ชอบ วิลล์ สมิท แต่แฟนบอกให้รอดูแผ่นเอา .... โห ก็มันไม่ได้อารมณ์
#17 by jump1980 At 2007-12-16 00:02,
ใช่ หนังเหงาจริงๆ
#16 by Na - th (นัท) At 2007-12-15 23:30,
เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยากดู และเล็งว่าจะดูอยู่ พอได้อ่านแล้วก็ตัดสินใจว่า "ไปดูแน่" ขอชื่นชมครับ คุณ skyrizn เขียนได้ดีมาก confused smile Hot!
#15 by HyPeR MonKeY At 2007-12-15 22:53,
อ่ะ เราไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ เราเกือบบร้องไห้แต่กลั้นไว้ 555+ สุดจะทนจริงๆเรื่องนี้หนักมาก เครียดมาก แต่นี่ล่ะชอบมาก สะเทือนอารมณ์ถึงที่สุด หนังดีจริงๆค่ะ เป็นเราคงทนอยู่แบบเค้าไม่ได้หรอก TT_TT
#14 by :::[[Hisoka]]::: At 2007-12-15 22:46,
confused smile
#13 by closes At 2007-12-15 21:30,
ชื่นชมสำหรับคำว่า

การมีชีวิตอยู่ มีความหมายมากกว่าการหายใจค่ะ

อ่านแล้ว ตัดสินใจจะไมพลาดต้องไปดูหนังเรื่องนี้ให้ได้แน่ๆ

แต่ถ้าดูแล้วจะต้องร้องไห้ ก็ขอเวลาทำใจสักนิดแล้วกันนะopen-mounthed smile
ผมยังไม่ได้ดูครับ sad smile
แต่เท่าที่ดู หนังตัวอย่าง กะ อ่านพรีวิว มาบ้างเนี่ย...
น่าจะทำนอง Cast Away ฉบับ ซอมบี้ นะ เอิ้กๆ

โดยพื้นเรื่องน่าจะเป็น Sci-Fi แต่เค้าไม่ได้เจาะจงให้เป็น Sci-Fi
กลายเป็น "หนังเหงาคนกะหมา"

เอิ้กๆๆๆๆconfused smile open-mounthed smile ล้อเล่นครับ ^^ ขำๆน่อ question
Hot!
#11 by ::~BilNZ~:: At 2007-12-15 20:39,
ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจแต่ที่ไปดูเพราะเพื่อนมันลากไป
แต่พอดูจริงๆรู้สึกว่าชอบเรื่องนี้มากๆ
ความรู้สึกว่าเหงา กดดัน เครียด ฯลฯ มีครบหมด ยกเว้นหัวเราะ
ตกใจก็หลายรอบเหมือนกัน - -"
โดยรวมสนุกครับ แต่ตอนจบรู้สึกมันง่ายไปหน่อยอ่ะ
เรื่องนี้ผมรอเก็บ DVD แน่นอน!! =w=)b
#10 by Aspririn At 2007-12-15 19:44,
ฮาๆ จำได้ พอแกอนนปุ้บ ทักชั้นให้ไปดูปั้บ
ตอนดูตัวอย่างก็สงสารนะ คงเหงาน่าดู พี่ชั้นก็ดีดดิ้นอยากดูๆๆๆ
แต่...แกลบว่ะ
#9 by {T4tsUk1} At 2007-12-15 19:19,
มีโครงการจะไปดู
แต่ฉันเป็นคนขี้ตกใจ จะไหวไหม
#8 by นกไร้ขา At 2007-12-15 19:11,
โฮะ ? .. ตั้งแต่เห็นพรีวิวหนัง ก็ไม่ได้สนใจจะดูเลย ตั้งแต่แรก

"หนังเหงา" . . . ที่ทำให้ช็อคได้ด้วยซาวน์ อืมม มม น่าสนใจ : ]
#7 by {CODE;4079} At 2007-12-15 18:47,
ตอนแรกอยากไปดูเพราะว่าเห็นชื่อวิลสมิธเนี่ยหล่ะครับ
นึกว่าเป็นหนังตื่นเต้นอย่างหลายเรื่องที่เขาเล่น
แต่เพื่อนบอกว่ามันไม่ใช่หนังที่คิดนะ
เลยห้ามใจ ไม่ไปดูดีกว่า
แต่พอมาอ่านบลอกนี้แล้ว
หนังเหงา แต่บอกว่าดี

เอาว่ะ ไปดูก็ได้ big smile
#6 by ~ M@shiiro ~ At 2007-12-15 16:45,
อ่านบลอคไม่จบนะคะ เพราะตั้งใจจะไปดูวีคหน้านี้
แต่คาดว่าจะเหงาเหมือนกัน เพราะต้องกลับไปดูหนังคนเดียวอีกครั้ง
แต่ยังไง, ความหมายของการมีชีวิตอยู่มันย่อมดีกว่าอยู่แล้วค่ะ
surprised smile surprised smile
#5 by Bew At 2007-12-15 16:33,
เราเศร้าเพราะน้องหมาในหนังตายอ่ะ เศร้ามากเลย ฮื่อๆๆ
#4 by ด.ญ.วิทชี่ At 2007-12-15 16:12,
เป็นหนังดีอีกเรื่องค่ะ...รู้สึกเหมือนอย่าง skyriznว่าจริงๆแหละ
เศร้า...แต่ที่สัมผัสได้มันหลากหลายทางอารมณ์มากกว่านั้น มันเหงา มันเครียด มันกดดัน มันเจ็บปวด
#3 by a-pen At 2007-12-15 15:35,
เห็นด้วยครับ ผมก็เป็นดูหนังรักไม่เคยเศร้า แต่ทำไมพอดหนังพวกนี้กลับ้ำตาไหล มันกดดันรุ็สึกเศร้า อยู่กับความเดียดาย อยากจะไปดูเหมือนกันแต่ผมเป็นพวกกลัวหนังตกใจน่ะ
อาจจะรอ DVD sad smile ปล.ขอ add fav นะครับ
น่าสนใจซะแล้วสิ
#1 by Darkside Emotion At 2007-12-15 14:03,

ฝั่งฟ้า
View full profile