นานมาแล้ว แม้จะไม่มากนัก
เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่พี่ชายคนหนึ่ง เรียกเราว่า
"นกขมิ้น" เสมอ ๆ
และจำได้แม่นว่าเย็นวันนั้นเอง เพิ่งรู้ตัวว่าคำคำนี้เอง... ที่ช่างเหมาะกับเรา
..
.
ทุกครั้งที่จะออกเดินทาง ไปจากที่(ควรจะ)อยู่ประจำ
ก็เลยมักจะนึกถึงคำนี้ และบทประพันธ์ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ใ นหนังสือ หยาดคำ
"นกขมิ้น"
เขาคลอขลุ่ยครวญเสียงเพียงแผ่วผิว
ชะลอนิ้วพลิ้วผ่านจากมานหมอง
โอดสะอื้นอ้อยอิ่งทิ้งทำนอง
เป็นคำพร้องพริ้งพรายระบายใจ
โอ้ดอกเอ๋ยเจ้าดอกขจร
นกขมิ้นเหลืองอ่อน จะนอนไหน
ค่ำลงแล้วแนวพนาและฟ้าไกล
เจ้านอนได้ทุกเถื่อนท่าไม่อาทร
เจ้านกขมิ้นนักผจญ... ค่ำไหน นอนนั่น
เพราะฉันมีชีวิตอยู่กับก้าวย่างแห่งปัจจุบัน
บางครั้ง... หัวใจฉันก็เลยเป็นอย่างนกขมิ้นนั้นจริง ๆ ...
แล้วหวนเสียงเรียงนิ้วขึ้นหวิวหวีด
เร่งอดีตดาลฝันบรรโลมหลอน
ถี่กระชั้นสั่นกระชากใจจากจร
ระเรื่อยร่อนเร่มาเป็นอาจิณ
โอ้ใจเอ๋ยอ้างว้างวังเวงนัก
ไร้แหล่งพักหลักพันจะผันผิน
เพิ่มแต่พิษผิดหวังยังย้ำยิน
ระด่าวดิ้นโดยอนาถแทบขาดใจ
หลายคนเฝ้าถวิลหาการโบกบินในฟ้ากว้าง
เฝ้าอิจฉาผู้ที่กรีดปีกไปยังนภาคว้างได้อย่างนก
หารู้ไม่ว่า.. บางครา... การเหลียวมองย้อนกลับไป...
และเห็นเพียงรอยเท้าคู่เดียวที่ถูกทิ้งไว้ตามรายทาง...
เป็นเรื่องที่ชวนให้หัวใจเวิ้งว่างเปล่าดาย
จนอาจทำให้สองเท้าที่ก้าวผจญผ่านภัยมากมาย...
ถึงกับหมดเรี่ยวแรงได้ในทันที...
ข้าเคยฝันถึงฟ้ากว้างกว่ากว้าง
ฝันถึงปางทับเปลี่ยวเรี่ยวน้ำไหล
ถึงช่อเอื้องเหลืองระย้าคาคบไม้
ในแนวไพรนึกเหมือนเป็นเพื่อนเนา
รู้รสแรงแห่งทุกข์และสุขสิ้น
บนแผ่นดินแผ่นเดียวเปลี่ยวและเหงา
จิบน้ำใจจนทั่วเจียนมัวเมา
ไร้ร่มเงารังเรือนและเพื่อนตาย
เส้นแห่งการเดินทาง ย่อมผ่านรังพักมากมาย
ย่อมได้มีโอกาสผูกสหายหลายหลาก
น้ำชัง น้ำใจ ได้พบพาน ได้เรียนรู้...
หวังดี ประสงค์ร้าย... ได้เข้าใจ
หากดีร้ายเยี่ยงไร...
ก็เพียงพบเพื่อจาก... พรากทั้งที่เพิ่งเจอะเจอ
เขาเคลียนิ้วเนิบนุ่มเสียงทุ้มพร่า
เหมือนหวนหาโหยไห้น่าใจหาย
เจ้าขมิ้นเหลืองอ่อนนอนเดียวดาย
จะเหนื่อยหน่ายหนาวน้ำค้างที่กลางดง
เสียงฉับฉิ่งหริ่งรับขยับเร่ง
จะพรากเพลงเพื่อนยินสิ้นเสียงส่ง
เขาเบือนนิ้วผิวแผ่วแล้วราลง
เสียงนั้นคงเน้นครางอย่างห่วงใย
การเหลียวมองรอบตัวแล้วไม่พบใคร...
เป็นเรื่องไม่น่าถวิลหา
แต่บางครา...ท่ามกลางผู้คนมากมาย...
แต่ดูคล้ายไม่มีที่สำหรับคนเดียวดายเยี่ยงเรา... กลับเศร้ายิ่งกว่า..
เจ้าดอกเอยดอกขจรอาวรณ์ถวิล
นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะนอนไหน
เขาวางขลุ่ยข่มน้ำตาว้าเหว่ใจ
ตอบไม่ได้ดอกหนาข้าคนจร
..
.
โปรดอย่าถามถึงอดีตรังแรกที่ฉันโผบินจากมา...
เพราะรังนั้นหาได้มีไม่อีกแล้ว
.
โปรดอย่าถามถึงปัจจุบันรังรักที่ฉันพักอยู่....
เพราะรังนี้ฉันคงไม่ได้อยู่กับมันตลอดไปจนจบชีวิต
.
โปรดอย่าถามถึงอนาคตรังสุดท้ายของลมหายใจ
เพราะ... ฉันคงไม่อาจรู้... แม้กระทั่งภาพร่างในจินตนาการ
..
.
เหล่านั้น มิใช่เพียงรังพักกาย... หากหมายรวมถึงหัวใจ...
แม้จะเหนื่อยล้า... แต่หากถามว่าตอนนี้ฉันกำลังหารังพักใจอยู่หรือไม่...
ฉันคงส่ายหน้าและยิ้มเหนื่อยอ่อนแต่มาจากใจ...
..
ตอนนี้... ยังคงอยากเป็นเพียง...
เจ้านกขมิ้นบินท่องไป... ไม่หยุดพัก "หัวใจ"... ที่ใดเลย...
.
.
แด่... ความทรงจำในอนาคต
แต่หยุดพักหัวใจบ้างก็ดีอยู่กะตัวเองค่ะ