2007/May/01

เมื่อวานนี้มีโอกาสได้ดูรายการหนึ่งทางโมเดิร์นไนน์ เขาได้เชิญผู้หญิงคนหนึ่งมาให้สัมภาษณ์ จำชื่อจริงเขาไม่ได้ แต่เห็นเขาเรียกว่า ครูติ๋ว

ครูติ๋วผ่านวิกฤตชีวิตแล้วก็ล้มเหลวมาหลายครั้ง แต่ล่าสุดปัจจุบันกำลังทำบ้าน "โฮม ฮัก" ให้กับเด็กที่ติดเอดส์ และไม่มีคนที่จะดูแล ได้มาพักอยู่รวมกัน

แต่เท่าที่ดู ให้พูดง่าย ๆ คือ มูลนิธินี้เป็นมูลนิธิที่ทุนน้อย (หรือจนนั่นเอง) มีคำถามนึง ที่พิธีกรเขาขอถามตรง ๆ ว่า --- แล้วตอนนี้มีเงินเหลืออยู่เท่าไร

ครูติ๋วเองก็ตอบตรง ๆ ได้เลยว่า เมื่อวานเอาสร้อยไปจำนำ ซึ่งนั่นก็หมายความว่ามันไม่มีแล้ว

ทุกวันนี้เด็กร้อยกว่าคนในบ้านโฮมฮัก ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์กินเอง แต่ก็ร่อยหรอลงไปทุกที ๆ เพราะเด็ก ๆ ก็เริ่มโตขึ้นทุกวัน ๆ ต้องกินต้องใช้มากขึ้น ๆ --- นั่นยังไม่เลวร้ายพอเมื่อบวกเข้ากับครูติ๋วที่ตอนนี้ก็เป็นโรคมะเร็ง และอาการก็เริ่มทรุดลง ทั้งกาย ทั้งใจ...

.

.

.

ฉันมองย้อนกลับไปถึงเช้าวันเดียวกันนั้น ในรายการอีกรายการหนึ่งทางช่อง 3 มีการนำก๊อกน้ำฝังเพชรมาโชว์ในรายการ ก๊อกเดียว ราคา 1 ล้านบาท

คนก็ช่างสรรสร้างกันขึ้นมา จนฉันเริ่มสงสัยว่าเขาทำมาเพื่ออะไร ?

เมื่อถึงเวลาที่โลกใกล้จะแตก ก๊อกน้ำนั้นจะช่วยกู้โลกได้ไหม ?

หรือน้ำประปาที่ออกจากก๊อกนั้นจะกลายเป็นน้ำแร่ ?

.

อีกมุมหนึ่ง คนใช้ก็ช่างสรรหาไปซื้อมาใช้...

เขาจะคิดกันบ้างไหมว่า ค่าจริง ๆ ของเงินหนึ่งล้านบาทสามารถทำอะไรได้มากกว่าก๊อกน้ำแค่หัวเดียว

.

.

หรือเมื่อสังเคราะห์ความคิดเช้า - เย็นเข้าหากัน...ก๊อกน้ำหนึ่งหัว อาจจะต่อชีวิตของเด็กบ้านโฮมฮักได้อีกไม่รู้กี่คน กี่วัน...

...

..

.

และเมื่อมองอีกมุมหนึ่ง มุมที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น เราเองก็เหมือนเอาเปรียบสังคมอยู่ไม่มากก็น้อยเหมือนกัน

ในขณะที่เรากำลังคิดว่าจะกินอะไรดี - - - คนอีกจำนวนหนึ่งกำลังคิดว่า จะเอาอะไรกิน

มันทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นคนกินของเหลืออย่างไม่ไยดี รู้สึกหมดศรัทธาในตัวคนคนนั้นขึ้นมาทัน และทุกครั้งที่ตัวเองจำเป็นต้องกินเหลืออย่างช่วยไม่ได้จริง ๆ ก็จะต้องไหว้ทุกครั้ง... เพราะรู้สึกเหมือนมันเป็นความรู้สึกที่ผิดบาปในใจ...

บางที ของที่เราเหลือวันนี้ อาจจะช่วยต่อชีวิตให้ใครอีกก็ได้

ขณะที่เราอิ่มจนกินเหลือ ยังมีอีกหลายชีวิตที่ยังจะต้องทนหิวไปอีกไม่รู้ถึงเมื่อไร

.

.

.

.

ชวนให้นึกไปถึงเมื่อหลายปีก่อนที่ทำสกู๊ปเกี่ยวกับเด็กด้อยโอกาส

เด็กรายแรก เป็นเด็กติดเชื่อเอดส์ น้องคนนี้อายุประมาณ 4 - 5 ขวบ ได้ (นานแล้วจำไม่แม่นนัก)

ก่อนถ่ายทำเราก็มีการพูดคุยกันให้คุ้นเคย แล้วก็เป็นการเก็บข้อมูลไปด้วย

มันเป็นบทสนทนาที่หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้เห็นมาแล้วจากรายประเภทวงเวียนชีวิต หรือคนเก่งหัวใจแกร่งอะไรเทือกนั้น...

"หนูอยู่กับใครคะ ?"

"อยู่กับยาย"

"แล้วพ่อแม่ล่ะ ?"

"ตายแล้ว"

"เป็นอะไรคะ ?"

"เป็นเอดส์"

ฉันเองก็เคยดู เคยเห็นมาแล้วเหมือนกัน แต่พอได้มาเจอแบบนี้มันก็เล่นเอาสะอึก ภาพจริง ๆ ที่เราเห็นตรงหน้า มันยิ่งกว่านั้น เราเห็น น้ำเสียงเขา แววตาเขา มันเป็นอะไรที่สื่อผ่านทางหน้าจอไม่ได้ 100%

มันเป็นความเจ็บปวดที่ต้องสัมผัส...

.

.

รายต่อมาเป็นเด็กยากจน งานนี้เราสัมภาษณ์ทั้งแม่ทั้งลูกจนน้ำตาท่วมจอกันเลยทีเดียว แต่ที่ประทับใจก็เกิดจากการพูดคุยหลังไมค์อีกเช่นกัน

"ถ้าขออะไรก็ได้ 3 อย่าง หนูจะขออะไรคะ ?"

ฉันให้เวลาพวกคุณคิดกันก่อนก็ได้... คุณอาจจะนึกขอรถ ขอบ้าน ขอเงิน ขอให้มีความสุข ขออะไรก็ได้ที่คุณคิดว่ามันเป็นไปแทบไม่ได้เว้นเสียแต่จะมีพระเจ้ามาสถิตย์อยู่ตรงหน้าคุณตรงนี้... แต่นี่คือสิ่งแรกที่เด็กคนนี้บอกว่าจะขอเป็นข้อหนึ่ง

...

..

.

รองเท้านักเรียน...

มันไม่ต้องบรรยายอะไรต่อแล้วล่ะค่ะสำหรับคำตอบนี้...

.

ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่คุณขอมา... มีแต่พระเจ้าที่ให้ได้

ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ คุณก็คือพระเจ้าของเด็กคนนี้ รวมถึงเด็กที่บ้านโฮมฮัก จนไปถึงคนในมุมมืดของสังคมอีกหลาย ๆ คนได้แล้วล่ะค่ะ

.

.

.

ย้อนกลับไปถึงเงินหนึ่งล้าน...

เงิน... ไม่ใช่พระเจ้าหรอกค่ะ

คุณต่างหาก คือพระเจ้า...

แต่หากคุณมีเงินสักหนึ่งล้าน...

เชื่อเถอะว่าล้านเดียวกันนั้น... คุณสามารถเลือกได้

ว่าคุณ... คือพระเจ้าของใคร ?

พอดีเพิ่งไปเจอเอนทรี่แบ่งปันน้ำใจที่นี่ค่ะ
หาดทรายกว้างใหญ่ก็เกิดได้จากทรายเม็ดเล็ก ๆ นะคะ^^

Comment

Comment:

Tweet


มองอีกมุม
บางทีคนที่มีเงินซื้อก๊อกราคาเป็นล้านนั่นอาจไม่ใช่คนรวยหรอก เค้าอาจเป็นคนจนที่น่าสงสารที่สุดก็ได้ หากเค้าไม่รู้จักคำว่าพอ
#8 by Mika At 2009-04-22 14:14,
เอนทรี นี้ แฝงไว้ด้วยแนวคิดจริงๆ
#7 by Shion At 2008-09-15 16:05,
เราอาจจะยืนอยู่คนละด้านของเส้นขอบฟ้ากันก็ได้นะ ...ยินดีที่เส้นขอบฟ้าของเราเป็นเส้นเดียวกันคับ ยินดีที่ได้รู้จักคับ

.....เส้นขอบฟ้า
#6 by เส้นขอบฟ้า At 2007-05-03 20:38,
ว่ากันตรงๆ โอกาสคนเรามีไม่เท่ากัน
คนรวยก็มีสิทธิ์ใช้ก๊อกน้ำฝังเพชรของเขาไป เขาเผาเงินเล่นก็ยังได้ นั่นเพราะเขามีให้ใช้ไม่มีวันหมด
คนจน ด้อยโอกาส ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ไม่มีรองเท้าใส่
ให้คนรวย 10 คนมาเห็นสภาพชีวิตแบบนี้ ก็ใช่ว่าจะมีคนช่วยเหลือทั้งสิบคน
เห็นจะอยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคนละมั้งคับ เรามองเห็นภาพสะท้อนจากทั้งสองมุมก็อดหดหู่ใจไม่ได้ ความเหลื่อมล้ำมันเป็นอยู่อย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

มีคนรวยอยู่เท่านี้ ก็ทะเลาะกันจนบ้านเมืองจะแตกอยู่แล้ว
#5 by 7 days ago At 2007-05-03 17:24,
เราชอบแนวคิดของคุณมากๆค่ะ....
เอาเป็นว่า วันนี้คุณให้แง่คิดดีกับเรามากเลย...ฉะนั้นถ้าเรามีโอกาสเราก็จะทำเพื่อสังคมของเราเหมือนกัน ...
#4 by .o* Anitalove *o. At 2007-05-02 22:42,
เป็นคำถามที่ต้องกลับไปนอนนึกถึงสิ่งที่เคยทำมาเลยคับ..การแบ่งปันเพียงเล็กน้อย..บ้างครั้งก็เป็นพระเจ้าได้สำหรับใครเลย..ไม่จำเป็นต้องเปิดก๊อกน้ำฝังเพรชก็ได้เพราะน้ำมันคงไหลออกมาได้เหมือนกัน..อืม...
#3 by เส้นขอบฟ้า At 2007-05-01 22:33,
บางทีโลกเรามันก็ย้อนแย้ง

คนเหมือนๆกัน แท้ๆ

คนจนก็จนจริงจัง รวยก็รวยแบบเทเงินทิ้ง

สิ่งที่แตกต่างกัน คงย่นระยะเข้ามาได้ด้วยคำว่า "โอกาส"

. . . .
#2 by เป๋า&ล่า At 2007-05-01 18:33,
:)
#1 by Will You See what I See? At 2007-05-01 18:22,

ฝั่งฟ้า
View full profile