2007/Apr/28

คิดว่าชื่อบลอควันนี้อาจจะล่อแหลมต่อสังคมไปหน่อย แต่ก็คิด(ลำพอง)ว่า อาจจะรอดพ้นจากสายตาคุณระเบียบรัดได้

เพราะอย่างน้อยก็ไม่ได้ใช้ชื่อบลอคนี้โชว์ลีลาบนเวทีสาธารณะแต่อย่างใด

เริ่มต้นก็นอกเรื่อง เอาเป็นว่า กลับหัวเรือมาเลยดีกว่า

...

..

.

จริง ๆ แล้วประโยคนี้คิดได้ระหว่างทางที่นั่งรถกลับมาเมื่อช่วงบ่ายวานนี้

ในตอนเช้า มันช่างเป็นความรู้สึกที่แสนจะเหนื่อยอ่อน และเพิ่งจะได้รู้ว่า จริง ๆ แล้ว โรงแรมนั่นเองคือสวรรค์

ในห้องอุณหภูมิ 22 องศา บนเตียงนุ่ม ๆ .... นั่นต่างหากสวรรค์ (ของคนเหนื่อย)

แล้วตลอดเวลา 2 วันที่ผ่านมาทำไมไม่อยู่ที่นี่ (วะ ?)

ดั้นด้นออกไปทำอะไร...

- ไปปีนเขาตะเกียบ

- ไปยืนกลัวลิง อันเป็นเหตุให้สามารถนมัสการสิ่งศักดิ์แห่งวัดเขาตะเกียบได้แต่เพียงจุดชมวิวข้างล่าง

- กลับมาสงบสติอารมณ์ที่ Market Village Hua Hin

- ไปฝ่าพายุทะเล(ทราย)ที่หาดหัวหิน

นั่นแค่วันแรก... ผลคือตัวแดง (ไม่ดำแต่แดง) จนพนักงานที่โรงแรมทักว่า คนละสีกับเมื่อเช้า

.

.

วันต่อมายังจะไปไหน...

- ปั่นจักรยานรับวิตามินดำเวลาประมาณ 9 โมง จากที่พักไปยังสะพานปลา สนนระยะทางจริงๆไม่ทราบ แต่วัดจากระยะสายตาและฝ่ามือได้ประมาณ 3 คืบกว่า ๆ กลางแดดเปรี้ยงของหาดชะอำ

- ไปยืนน้ำตาซึมทอดอาลัยอยู่ที่วังมฤคฯ

- ไปนอนเอกเขนก เท้งเต้ง(?) อยู่ที่สวนสน (หลังเขาตะเกียบ)

- เล่นไล่จับกับปูลม

- เล่นซ่อนหากับปูเสฉวน ก่อนจะโบกมือลาแสดงความยินดีกับไอ้ตัวที่กำลังทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ (คิดว่าป่านนี้คงกำลังอยู่ในขั้นตอนของการตกแต่งภายนอก และภายใน)

- ตกค่ำ เดินเบียดฝูงชนอยู่ที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน แหล่งรวมสินค้า อาหาร และชาวต่างชาติ

.

.

โรงแรมที่เพิ่งเห็นว่าแสนสบายในช่วงเวลา 3 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนจะกลับ ที่ผ่านมาเป็นแค่ที่ซุกหัวนอน ให้กับหัว(ใจ) ที่ซุก ๆ ซน ๆ เท่านั้นเอง...

แต่ถ้าคิดว่าแลกกับสิ่งที่ได้มา... ก็คุ้มล่ะ

บรรยากาศโรงแรมเราสร้างเองที่บ้านได้.... แต่เราคงยกเขาตะเกียบมาไว้ตรงชิงช้าหน้าบ้านไม่ได้จริงไหม ?

.

.

.

ความใจหาย (หายไปพร้อมกับเรี่ยวแรง) เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางกลับที่เข้าสู่ชั่วโมงที่สอง...

ทำไมเหนื่อยขนาดนี้... "อยู่ดีไม่ว่าดี หิ้วหมีไป หิ้วหมีมา" จริงๆ เลยเรา

คิดพลางก็ถอนหายใจก้มหน้าลงไปมองเจ้าหมีในกระเป๋าสะพายที่หิ้วไปหิ้วมาตลอดการเดินทาง

"อากิระ ฉันทำตามสัญญากับแกแล้วนะ ที่บอกจะพามาเที่ยว"

...

..

.

บางครั้ง ก็รู้สึกเหมือนเรามีเชือกเส้นหนึ่งผูกหัวใจเราไว้ ไม่รู้ว่าปลายอีกด้านอยู่ที่ไหน กว่าจะรู้อีกที ก็ตอนที่ใครบางคนที่ปลายด้านนั้นกระตุกเส้นด้ายเบา ๆ เรียกเราไป...

หลายครั้งที่ฉันรู้สึกแบบนี้... ทำให้หลายครั้งฉันก็ถีบชีวิตตัวเองขึ้นไปแขวนไว้กับระบบขนส่งมวลชนแบบฉุกละหุกเสมอ

ครั้งนี้ใช้เวลาเดินทาง5 ชั่วโมง จากบางกะปิ - สายใต้ - ชะอำ มันดูแปลกตรงไหนกับการเดินทางคนเดียว...

ตอนที่ฉันบอกกับบางคน (ย้ำว่าบางคน) ว่าจะไปคนเดียว ทุกคนมีทีท่าเหมือนฉันกำลังจะทำการกู้ระเบิดแสวงเครื่อง

บอกตรง ๆ ถ้าฉันหวั่นไหวกับอากัปกิริยาของพวกเขา ใจฉันที่ปกติมันป๊อดเอาบ่อย ๆ แบบนั้นก็คงจะฝ่อไปซะค่อน

แต่พอได้ก้าวเท้าออกไปจริง ๆ ... ไม่มีใครสนใจฉันด้วยซ้ำ

ไม่มีใครสน... ว่าฉันจะมายังไง กับใคร

กำลังกลัว กำลังสนุก หรือกำลังเหงา...

ถ้าฉันไม่ได้ป่าวประกาศกับใครว่าฉันปลีกตัวออกมาคนเดียว...

พวกเขาก็คงจะมองฉันเหมือนคนที่กำลังรอใครสักคนอยู่

ทั้งที่ความจริง... ฉันต่างหาก ที่กำลังทำให้ใครหลายคนต้องรอ

.

.

.

ฉันไปถึงที่หมายชั่วโมงแรก... ทำใจกับเส้นขอบฟ้าเส้นแรกที่เห็นสักครู่ใหญ่ ๆ ถึงใจกล้าที่จะโทร.ไปสารภาพบาปกับแม่

จงใจให้เสียงลมทะเลเข้าไปในเครื่องเพื่อเป็นการเริ่มบทสนทนาโดยไม่ต้องเอ่ยปาก สุดท้าย... แม่บอกแค่ว่า

"เก่งนะ แต่แม่ไม่เห็นด้วย"

... ฉันรู้... ถ้าแม่เห็นด้วย ฉันคงไม่ใช้คำว่า "เพิ่งจะมาสารภาพ" หรอก

..

.

ทริปนี้ถึงแม้ว่าจะเริ่มต้นที่โรงแรมระดับ 5 ดาว แต่ก็ใช่ว่าจะได้พักที่นั่น แค่ไปแอบทักทายพี่สาวที่เจอกันปีละนับครั้งได้ แต่สุดท้าย ก็ได้ตัวพี่แกที่เป็น reception จาก Holiday Inn ( Regent ชะอำ) มาช่วยจัดการเรื่องที่พัก แถมยังได้ Waitter จากแผนกจัดเลี้ยงที่เดียวกัน(ก็แฟนพี่แกแหละ) มาช่วยดูเรื่องอาหารเป็นการส่วนตัวด้วย เป็นไงล่ะ เรามีมาเอง ไม่ต้องง้อโรงแรมก็ได้

.

.

.

หลายเช้า หลายเย็น... ที่ก้าวเท้าออกไปบนหาด... แต่ก็ทำได้แค่มองคนอื่น ๆ ที่มาด้วยกัน

พ่อแม่ที่พาลูก ๆ มาเที่ยว

มากันแบบยกตระกูล

มากันแบบคู่รัก

มากันแบบเพื่อน...

ทุกคนเตรียมคนมาประทับรอยเท้าบนผืนทรายเป็นเพื่อน...

ส่วนฉัน... นอกจากหมีในกระเป๋าที่หิ้วไปหิ้วมา

... ก็ต้องไปหาเอาดาบหน้าเท่านั้น...

ใครจะรู้... ว่าหมาทะเล (หมายถึง หมาที่อาศัยอยู่ริมทะเล แต่ขอเรียกสั้น ๆ ให้สะดวกปาก) ก็เป็นเพื่อนที่แสนดีได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึง...

เราเดิน... มันจะเดิน

เราวิ่ง... มันจะวิ่ง

เราเตะคลื่นใส่... มันจะหลบ (แกล้งหมานี่นา)

พอเราเหนื่อย... และแค่อยากจะนั่งพัก... มันก็จะมาหมอบลงข้าง ๆ

คอยฟังเราพูดทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่บ่น... คอยเฝ้าระวังปูผู้บุกรุกไม่ให้มารบกวนเราตอนที่เรากำลังเขียนบันทึก...

และพอฉันเดินออกจากหาด... เราก็บอกลากัน

จนกว่าฉันจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง ก็ต้องเจอมันอีกแน่ ๆ

บอกแล้ว... มันเป็นหมาทะเล... เพราะมันไม่เคยออกไปไกลกว่านั้นจริง ๆ

...

..

.

ก็หวังแค่ว่าสักวัน... คนที่ยืนมองพระอาทิตย์ขึ้นที่อ่าวไทยกับฉันเหมือนอย่างวันนั้น...

คงจะไม่ได้มีแค่หมีกระเป๋า กับหมาทะเล...

.

.

.

หมดเวลาพร่ำสักที... เดี๋ยวต้องเตรียมตัวไปงาน

... งานที่ใครหลาย ๆ คนเก็บตัวมาเป็นเดือนเพื่อเวลา 2 ชั่วโมงในบ่ายวันนี้...

แต่ฉัน... กลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง...

...

..

.

นี่คือโฉมหน้า ( ? ) ของอากิระ

ขนาดพกพาใส่กระเป๋ากำลังดี^^

Comment

Comment:

Tweet


big smile big smile
#8 by ที่พักชะอำ (124.120.176.128) At 2009-08-01 11:12,
สำหรับผู้หญิงที่ไปเที่ยวคนเดียว มันก็อันตรายพอสมควรเลยล่ะ ฟ้า แต่เที่ยวคนเดียวมันก็สะดวกนะ
ป.ล อากิระน่ารัก น่าเก็บไปเลี้ยงที่สุดเลย
#7 by Shion At 2008-09-15 12:57,
อากิระน่ารักดีครับ
#6 by Darker (210.165.5.10) At 2007-05-22 14:57,
อยากไปเที่ยวคนเดียวมั่งจัง แต่ที่บ้านไม่ยอมซะที
ขนาดไปเที่ยวกับเพื่อนยังไม่ได้เลย
พระเจ้าช่างไม่ยุติธรรมจริงๆ
#5 by นกไร้ขา At 2007-05-11 17:40,
นายแน่มาก อิอิ
#4 by ลาเว็นเดอร์ (58.147.65.77) At 2007-05-05 15:54,
อิอิ...อยากกล้าไปอย่างฟ้าบ้างจังวุ้ย
อิจฉาๆ
#3 by PLE@NG (58.181.188.82) At 2007-05-01 20:45,
วันนั้น ผมก็ยืนมองพระอาทิตย์นะครับ

แม้จะไม่ใช่ที่ทะเล

แต่ก็น่าจะถือว่ามองเป็นเพื่อนคุณได้

ด้วยมิตรภาพ
#2 by ต้นน้ำ บัวไร At 2007-04-30 11:25,
เที่ยวคนเดียวก็ดีสะดวก คล่องตัว ไม่ต้องทะเลาะกับใคร สุขใจไร้กังวล
แต่สำหรับผู้หญิงคงไม่ปลอดภัยเท่าไร คงต้องเลือกไปในที่ที่คนพลุกพล่านหน่อย
#1 by 7 days ago At 2007-04-28 21:23,

ฝั่งฟ้า
View full profile