ฉันไม่ได้บอกนะว่าผู้ชายเป็นพวกที่มีความคิดที่หยาบ
แต่แค่จะบอกว่า ยังไม่ละเอียดนักเมื่อเทียบกับผู้หญิงเท่านั้นเอง
ผู้ชายจะมองเรื่องที่ใหญ่ ในขณะที่ผู้หญิงจะสนในเรื่องที่เล็ก
ถ้าวาดรูป ผู้ชายจะสนใจเป็นอันดับแรกว่า จะวาดอะไร แต่ผู้หญิงจะคิดตั้งแต่จะใช้สีอะไร
ฉันคิดว่านั่นทำให้บางครั้ง บางคำพูด บางความคิด ผู้ชายไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น แต่ผู้หญิงคิด
---
---
เหมือนอย่างที่เวลาผู้ชายพูดอะไรสักประโยคอย่างเช่น
"คุณเป็นแฟนของผม" กับ "คุณเป็นของผม"
ต่างกันนิดเดียว
"คุณเป็นแฟนของผม" - - - เป็นปลื้มเชียวล่ะผู้หญิงเรา
"คุณเป็นของผม" - - - อ๊ะ... คุณมาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันตั้งแต่เมื่อไร 'เป็นของคุณ' เป็นอะไรของคุณงั้นเหรอ ? (ไปนู่น)
(เออ... คุณเป็นของผม - อีกนัยหนึ่งมันจั๊กจี้ยังไงไม่รู้เนอะ (แอบทะลึ่งแล้วเรา))
ระวังให้ดี สัญชาติญาณของผู้หญิงที่ยากจะห้าม ในวินาทีเดียวกัน เราสามารถคิดได้มากกว่าที่ผู้ชายคิด และยังสามารถคิดได้เร็วกว่าที่ผู้ชายคาดอีกด้วย
นอกจากผู้หญิงจะเป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกไม่มั่นคง และไม่มั่นใจอย่างที่เคยบอกแล้ว ยังเป็นจำพวกคิดมาก และมีกระบวนการคิดที่ซับซ้อนอีกจำพวกหนึ่งด้วย
---
---
นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นพวกจุกจิก จนบางครั้ง (หรือหลายครั้งเลยแหละ) น่ารำคาญ
(อาจจะด้วยนิสัยติดจะห่ามหน่อย ๆ ของตัวเองด้วยแหละ ที่ทำให้บางครั้ง ฉันเองก็ยังมองเพื่อนสาวรอบ ๆ ตัวแบบนั้น)
สรุปง่าย ๆ - ความคิดมากของผู้หญิงนี่เอง ที่ทำให้พวกเธอจุกจิก น่ารำคาญ (อยากบอกว่าหลายครั้งที่พวกเราเองก็รู้ตัว --- แม้จะเป็นการรู้ตัวช้าก็เถอะ)
---
---
อย่างมีครั้งนึง ต้องไปเดินห้างถึง 2 ชม.กว่า เพื่อที่จะหารองเท้าแตะให้กับพี่สาวสักคู่หนึ่ง
ตอนแรก She บอกแค่ว่า "คู่เก่านี้ก็ใส่ดีนะ แต่เห็นไหมมันขาดแล้ว ก็ต้องการแค่รองเท้าคู่ใหม่ที่ใส่สบาย ๆ สักคู่" --- อ่ะ ว่าไงว่าตามกัน ไม่ใช่เท้าฉันนี่
แต่จริง ๆ ตอนนั้นฉันก็คิดง่าย ๆ นะว่า ถ้าต้องการแค่นั้น รองเท้าตราดาวเทียมหน้าปากซอยก็สบายเหมือนกัน ทำไมต้องถ่อมาถึงนี่
แต่พอเราเดินเข้าไปร้านแรก ฉันถึงได้ตอบมาอีกข้อหนึ่ง "อยากได้ที่มันพอจะใส่ไปไหนมาไหนได้ด้วย"
ฉันเลยถึงบางอ้อ เพราะงี้เอง ถึงเอาดาวเทียมไม่ได้
ฉันเลยชี้ไปที่คู่นึง ดูก็น่าจะสบาย พอออกงานออกการได้ จะใส่เดินตลาดก็ไม่น่าเสียหาย เพราะเคยเห็นใคร ๆ เค้าก็ใส่กัน - อันนั้นไง สีขาว กลาง ๆ ดีด้วย ชุดไหนก็ใส่เข้า
"ไม่เอา ใส่ไปได้ครั้งสองครั้งเดี๋ยวก็เปื้อน เหมือนคู่นั้นน่ะจำได้มะ ?"
ฉันก็พยักหน้าเออ-ออทั้งที่ความจริง ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกว่าเคยได้ทันเห็นรองเท้าของพี่แกทุกคู่
ด้วยความเป็นน้อง (ผู้ติดตาม ?) ที่ดี เลยชี้ไปอีกคู่ - งั้นก็สีดำอ่ะ น้ำตาลก็มี (ทั้งที่เป็นแบบเดียวกัน...)
"อี๊ ไม่เอา แบบนั้นเหมือนผู้ชาย ไปดูร้านอื่นก่อนดีกว่า"
และแล้วเราก็เดินย้ายไปอีกกี่ร้านไม่อาจนับ คำแนะนำที่พอจะมีให้บ้าง มันก็เริ่มหายไปโดยปริยาย เพราะจุดประสงค์ และข้อจำกัดของ She ช่างแคบเข้าทุกที ๆ ทำให้คำแนะนำกว่าร้อยละ 90 เริ่มหมดความหมาย มันเป็นทฤษฎีการแปรผกผันระหว่างคำแนะนำ กับความต้องการ - เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น คำแนะนำ(ที่หวังจะให้ถูกใจ)จะลดลง
2 ชม. ผ่านไป she คงลืมไปแล้วว่าตอนแรกเธอต้องการแค่ รองเท้าที่ใส่สบาย ๆ สักคู่ เท่านั้น.
---
---
---
จะเห็นได้ว่านั่นเป็นแค่ตัวอย่าง ผู้หญิงประเภทจุกจิกยังมีอีกมากอย่างที่คุณ ๆ เคยเห็นกันนั่นแหละ แต่ถ้าหากคุณพอจะเข้าใจได้ (จะว่าแก้ตัวแทนกันก็เอาเหอะ แล้วแต่จะคิด) นั่นก็เป็นเพราะการณ์มองการณ์ไกล ไปพร้อมกับการใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยของเธอนั่นเอง - อัจฉริยะไหมล่ะผู้หญิง มองได้ไกลแล้วยังเก็บทุกรายละเอียดได้อีก คอนแทคเลนส์ยี่ห้อไหนก็ไม่สู้วิสัยทัศน์ของผู้หญิงแน่ ๆ
ผู้ชายเองก็ควรที่จะ (พยายาม) ทำความเข้าใจธรรมชาติของผู้หญิงในข้อนี้ (รู้นะว่ามันยาก ขนาดฉันเป็นผู้หญิงด้วยกันแล้วยังรู้สึกว่าลำบากเลย) อาจจะเป็นเพราะพวกเธอมีสัญชาติญาณของเพศแม่ ทำให้เธอ ๆ ทั้งหลายก็ต้องมีความรับผิดชอบสูง ต้องคิดหน้าคิดหลัง - คิดมาก ตามไปโดยไม่รู้ตัว (ผู้หญิงหลายคนไม่รู้ตัวจริง ๆ )
แต่หลาย ๆ ครั้งผู้หญิงเองก็น่าจะเข้าใจด้วยว่า ความคิดของพวกเธอ บางครั้งมันก็เป็นทรัพยากรที่ "เกินความจำเป็น" อย่างไอ้เรื่องรองเท้านี่
บอกว่าสีขาว เดี๋ยวใส่ก็ดำ แต่แน่ใจหรือเปล่าว่าคุณเธอจะใส่จนมันดำ ควรจะดูพฤติกรรมการใช้งานของตัวเองด้วย ถ้าเป็นพวกใช้อะไรใช้ทน ซื้ออะไรเพื่อการใช้งานจริง ๆ ก็แล้วไป แต่ฉันว่า โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็คงจบไปตั้งแต่ดาวเทียม - นันยางแล้ว
---
---
---
และอยากจะเผาอีกเรื่อง ไอ้พวกกลัวใช้อะไรแล้วเก่าแบบนี้แหละ ผู้หญิงชอบบ่นกันนักก่อนจะซื้ออะไร เหมือนกับว่าต้องการของวิเศษบางอย่างที่ใช้แล้วไม่มีวันเก่า (เหมือนที่ไม่อยากให้ตัวเองมีวันแก่) ประหนึ่งว่าจะไม่สามารถทนใช้ของเก่าได้ - - - แต่ในจำนวนนั้น ก็มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยหรอก ที่ยอมทนใช้ของเก่า ๆ และยังพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำอีกว่า (ยกตัวอย่างกระเป๋า) "นี่ กระเป๋าใบนี้นะ ใช้ดีมากเลยนะ ดูสิ 4-5 ปีแล้ว ยังใช้ได้ดีอยู่เลย" - แต่ความจริงอีกข้อคือ ในระยะเวลา 4 - 5 ปีที่กล่าวถึงนั้น เธอก็ซื้อกระเป๋าใบใหม่เข้าตู้อย่างไม่ขาดสาย
---
---
---
เรื่องแบบนี้มันไม่มีใครผิดใครถูก ฉันว่ามันเป็นแค่ความต่าง
บางครั้ง ผู้ชายเองก็ต้องคิดให้มากขึ้นอีกสักนิดก่อนที่จะพูด หรือทำอะไร (แม้ว่าการจะคิดให้ทันพวกคุณเธอนั้นมันจะยากเต็มที เอาเป็นว่า แค่อย่าให้ทิ้งห่างกันมากนักก็น่าจะพอล่ะมั้ง)
แต่บางที ผู้หญิงเองก็ควรจะให้อภัยในบางสิ่งที่พวกผู้ชายก็อาจไม่ทันคิดเหมือนกัน
--
--
อย่างที่บอก ก็เป็นเพราะผู้ชายชอบมองเรื่องใหญ่ เหมือนคิดแค่โครง ในขณะที่ผู้หญิงจะสนใจแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างพวกอิฐ หิน ดิน ทราย
แต่ถ้าผู้ชายมองแต่โครง เห็นแต่รูปร่าง ผลงานอันตระการไว้ และมองเส้นทางการไปสู่ผลงานเพียงลวก ๆ - ถ้าไม่สนใจวัสดุที่ดี ๆบ้างบ้านก็ไม่แข็งแรง
ถ้าผู้หญิงเอง ก็มัวแต่มองวัสดุปลีกย่อย พะวักพะวงถึงอนาคตกาลที่ยังไม่เกิดมากจนเกินไป ก็ไม่ได้เห็นอะไรที่เป็นรูปเป็นร่างสักที
คงเพราะอย่างนี้ ผู้ชายกับผู้หญิงถึงต้องมาพบกันครึ่งทาง อาจจะถูกที่โบราณให้ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า - ฉันว่ามันไม่ใช่แค่ความเป็นผู้นำอย่างเดียวหรอก แต่ว่าในวินาทีเดียวกันของความคิดเรื่องเดียวกัน เท่าที่ฉันเห็น ผู้ชายมักจะนำหน้าผู้หญิงไปหาจุดหมายก่อนเสมอ ในขณะที่ผู้หญิงยังคงกำลังเก็บรายละเอียดอยู่
นี่ฉันไม่ได้หมายความถึงแค่เรื่องความรัก แต่ในการทำงานร่วมกัน การอยู่ในสังคมเดียวกันก็เหมือนกัน
ก็คงเพราะต่างฝ่ายต่างมีอีกสิ่งหนึ่งที่อีกฝ่ายไม่มี - โลกนี้ถึงต้องยังมี ผู้หญิง กับผู้ชายให้คอยใช้สิ่งพิเศษ ๆ เฉพาะตัวในการอยู่ร่วมกันเสมอ